สหรัฐฯ เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน แต่อิหร่านกลับตัดสินใจตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งถูกทิ้งระเบิดโจมตี โดยเมื่อวันที่ 2 Amazon ได้ออกประกาศระบุว่า ศูนย์ข้อมูล AWS จำนวน 3 แห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน ได้รับความเสียหายเชิงโครงสร้าง และแจ้งลูกค้าว่าบริการสำคัญกำลังเผชิญกับการหยุดชะงักเป็นเวลานาน
ตามข้อมูลของ Amazon ศูนย์ข้อมูล AWS ทั้งสามแห่งที่ได้รับผลกระทบ ส่งผลให้บริการสำคัญอย่าง EC2, S3 และ DynamoDB เกิดการหยุดให้บริการเป็นเวลานาน เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด การดำเนินงานคลาวด์ในภูมิภาคนี้จึงยากต่อการคาดการณ์ และสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของบริการคลาวด์ในระดับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ความเสียหายของศูนย์ข้อมูลทั้งสามแห่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความเสียหายจากแรงระเบิดเท่านั้น แต่การเข้าดับเพลิงของเจ้าหน้าที่ก็ทำให้อุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ที่มีความอ่อนไหวได้รับความเสียหายจากน้ำซ้ำเติม ซึ่งอาจส่งผลให้ข้อมูลบางส่วนสูญหายอย่างถาวร
ขณะเดียวกัน มีหลักฐานบ่งชี้ว่าอิหร่านได้กำหนดเป้าหมายศูนย์ข้อมูล AWS เหล่านี้ไว้ล่วงหน้า โดยมีเจตนารบกวนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงโจมตีทรัพย์สินมูลค่าสูงของบริษัทสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง เพื่อกดดันให้ภาคธุรกิจส่งแรงกดดันต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
Amazon เปิดเผยว่ากำลังพยายามกู้คืนบริการในภูมิภาคตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ความเสียหายทางกายภาพและความขัดแย้งที่ยังดำเนินอยู่จะทำให้กระบวนการฟื้นฟูล่าช้าอย่างมาก หากองค์กรใดใช้บริการคลาวด์ AWS ในตะวันออกกลาง Amazon แนะนำให้เร่งย้ายข้อมูลไปยังภูมิภาคที่อยู่ไกลและปลอดภัยกว่านี้โดยเร็ว
ที่มา: HKEPC



