ซีพียูตระกูล Ryzen ของ AMD มีแนวโน้มราคาสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการซีพียูเพิ่มสูงจนสต็อกลดลงอย่างมาก ขณะเดียวกันผู้ผลิตหันไปโฟกัสการผลิตซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์และดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้กำลังการผลิตสำหรับตลาดพีซีลดลงอย่างเห็นได้ชัด และทำให้สินค้าขาดตลาดสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่อย่าง HP และ Dell เริ่มได้รับผลกระทบก่อนใคร โดยรายงานว่ามีช่องว่างระหว่าง “อุปสงค์” และ “อุปทาน” เพิ่มขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ ทั้ง AMD และ Intel ได้แจ้งลูกค้าว่าการขึ้นราคาจะเริ่มมีผลช่วงปลายเดือนมีนาคมต่อเนื่องถึงเมษายน ซึ่งจะเริ่มเห็นผลในตลาดเร็ว ๆ นี้
สถานการณ์ด้านซัพพลายยังเลวร้ายลง:
- ระยะเวลาจัดส่งซีพียู จากเดิม 1–2 สัปดาห์
- เพิ่มเป็น 8–12 สัปดาห์
- ออเดอร์เดือนเมษายน อาจได้ของจริงในเดือนมิถุนายน
ช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้คาดว่าจะเป็นช่วงที่ “ของขาดหนักที่สุด” และแม้ผู้ผลิตจะยอมจ่ายเพิ่ม ก็ยังไม่สามารถหาสินค้าได้เพียงพอ
ปัญหานี้ยังเกิดพร้อมกับวิกฤตราคา RAM และ SSD ที่พุ่งสูงอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ ASUS ก็ประกาศขึ้นราคาสินค้าทั้งไลน์สูงสุดถึง 30%
สรุปคือ ตลาดพีซีในช่วงนี้กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้ง “ของขาด + ต้นทุนพุ่ง” ซึ่งอาจทำให้ราคาคอมพิวเตอร์โดยรวมปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และกลายเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับสายประกอบคอมอย่างมาก
ที่มา: TechPowerUp



