กราฟิก RDNA 4m ของ AMD อาจเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมจีพียูที่ลึกลับที่สุดของบริษัท โดยมีรายงานว่า AMD กำลังรีแบรนด์บางส่วนของ IP จาก RDNA 3.5 เพื่อให้รองรับชนิดข้อมูลแบบ INT8 และเทคโนโลยีอัปสเกล AMD FSR 4
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า AMD กำหนดเป้าหมาย GFX1170 สำหรับ RDNA 4m แต่ในคำขอรวมโค้ดล่าสุดของคอมไพเลอร์ LLVM พบว่า AMD เพิ่มรหัสซอฟต์แวร์ใหม่อีกสองรายการ ได้แก่ GPU รหัส GFX1171 และ GFX1172 อย่างไรก็ตาม เป้าหมายเหล่านี้ไม่ใช่จีพียู RDNA 4 แท้ (ซึ่งอยู่ในสาย GFX12) แต่เป็นส่วนขยายของ RDNA 3 แทน จากที่เคยเข้าใจกันว่าเป็น RDNA 3.5 ตอนนี้ได้พัฒนาเป็น RDNA 4m ซึ่งจะถูกนำไปใช้กับ APU ซีรีส์ Ryzen 500 Medusa Point
เมื่อ RDNA 3.5 / RDNA 4m ถูกคาดว่าจะถูกใช้งานยาวไปจนถึงปี 2029 การปรับ RDNA 3.5 ให้กลายเป็น RDNA 4m พร้อมรองรับ FSR 4 จึงเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผล
ในทางกลับกัน รุ่น Medusa Halo จะใช้สถาปัตยกรรมจีพียูเจเนอเรชันถัดไป RDNA 5 / UDNA ขณะที่ Medusa Point จะมาพร้อม RDNA 4 เวอร์ชันเดสก์ท็อปและ RDNA 4m รุ่นใหม่ แม้ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบชัดเจน แต่ชุดคำสั่งที่เพิ่มเข้ามา เช่น WMMA และ SWMMAC บ่งชี้ถึงการรองรับในจีพียู “GFX1170” ซึ่งอยู่ในตระกูล GFX11 หรือ RDNA 3
ปัจจุบันจึงเชื่อว่า RDNA 4m คือ RDNA 3 ที่อัปเกรดครั้งใหญ่ พร้อมโมดูลบางส่วนจาก RDNA 4 ทำให้ APU รุ่น Medusa Point ที่แรงน้อยกว่าสามารถรองรับ FSR 4 ได้
การเปิดตัว APU ในปี 2026 ที่จีพียูออนชิปไม่รองรับ FSR 4 จะกระทบผู้ใช้โดยตรง ดังนั้น AMD จึงเร่งพอร์ตความสามารถบางส่วน เช่น การรองรับรูปแบบข้อมูล INT8 และ FP8 เพื่อให้ FSR 4 ทำงานได้บนฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่
AMD ยังมีแผนยืดอายุ iGPU RDNA 3.5 ไปจนถึงปี 2029 ส่งผลให้ผู้ใช้โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่ในช่วงหลายปีข้างหน้าจะยังได้ประสิทธิภาพกราฟิกใกล้เคียงกับที่อยู่ในโปรเซสเซอร์ซีรีส์ Ryzen AI 300 และ Ryzen AI 400
นั่นหมายความว่า RDNA 4m แม้จะมีการตัดทอนบางส่วน ก็ยังถือเป็นการอัปเกรดสำคัญของกราฟิกออนชิป โดยเฉพาะฟีเจอร์กลุ่ม “Redstone” อย่างเทคโนโลยีอัปสเกลและเรนเดอร์ด้วย ML ที่ต้องพึ่งพา IP ของ RDNA 4 เพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ที่มา: VideoCardz



