ASUS ประกาศเปิดตัว ProArt Router PRT-BE5000 และ ProArt Switch PQG-U1080 โดยนำเสนอโซลูชันด้านเครือข่ายเข้าสู่ตระกูล ProArt ซึ่งเป็นอุปกรณ์แบบ Creator-First ที่ออกแบบมาสำหรับสตูดิโอสมัยใหม่ โดยอุปกรณ์ใหม่นี้เข้ามาเสริมไลน์อัป ProArt ที่มีอยู่แล้ว เช่น แล็ปท็อป จอภาพ การ์ดจอ เมนบอร์ด และผลิตภัณฑ์สำหรับครีเอเตอร์อื่น ๆ เพื่อช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานของสตูดิโอให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ด้วยการผสานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 แบบดูอัลแบนด์ การจัดลำดับความสำคัญของทราฟฟิกอัจฉริยะ และการขยายการเชื่อมต่อแบบมีสายความเร็วมัลติกิกะบิต ProArt Router PRT-BE5000 และ ProArt Switch PQG-U1080 ช่วยให้การถ่ายโอนไฟล์รวดเร็ว การทำงานร่วมกันผ่านคลาวด์ และการเชื่อมต่อที่เสถียรระหว่างอุปกรณ์สร้างสรรค์หลายเครื่องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ProArt Router PRT-BE5000 มาพร้อม Wi-Fi 7 แบบดูอัลแบนด์ ให้ความเร็วรวมสูงสุดถึง 5000 Mbps รองรับ Multi-Link Operation (MLO) และมีพอร์ต WAN/LAN ความเร็ว 2.5G แบบคู่ เพื่อการเชื่อมต่อแบบมีสายที่ยืดหยุ่นและรวดเร็ว เทคโนโลยี Creator-First adaptive QoE จะจัดลำดับความสำคัญของทราฟฟิกด้านงานสร้างสรรค์แบบเรียลไทม์ ช่วยให้การถ่ายโอนไฟล์รวดเร็ว การทำงานร่วมกันผ่านคลาวด์ลื่นไหล และการสตรีมเป็นไปอย่างราบรื่นควบคู่กับการใช้งานเครือข่ายอื่น ๆ ซอฟต์แวร์ ASUS Smart Home Master ยังช่วยให้การแบ่งเครือข่ายทำได้ง่ายขึ้นผ่าน SSID เฉพาะสำหรับอุปกรณ์ IoT และการเชื่อมต่อ VPN ทำให้การจัดการเครือข่ายทั้งในสตูดิโอและการใช้งานส่วนตัวเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขึ้น
การขยายการเชื่อมต่อแบบมีสายอย่างยืดหยุ่นสำหรับสตูดิโอ
ProArt Switch PQG-U1080 ช่วยขยายการเชื่อมต่อแบบมีสายด้วยพอร์ต 2.5G RJ45 จำนวน 8 พอร์ต และพอร์ต 10G SFP+ จำนวน 2 พอร์ต รองรับการเชื่อมต่อความเร็วสูงสำหรับเวิร์กสเตชัน ระบบ NAS จุดกระจายสัญญาณ Wi-Fi 7 และอุปกรณ์ที่ต้องการแบนด์วิดท์สูงอื่น ๆ ออกแบบมาเพื่อการติดตั้งที่ยืดหยุ่น รองรับการวางบนโต๊ะ การติดตั้งกับขาโต๊ะ และการยึดด้วยแม่เหล็ก ทำให้สามารถติดตั้งได้อย่างเรียบร้อยในสภาพแวดล้อมสตูดิโอหลากหลายรูปแบบ
การเชื่อมต่อแบบรวมศูนย์สำหรับพื้นที่ทำงานสายครีเอทีฟ
เมื่อใช้งาน ProArt Router PRT-BE5000 ร่วมกับ ProArt Switch PQG-U1080 จะได้โซลูชันเครือข่ายที่ครบวงจรสำหรับสตูดิโอครีเอเตอร์ โดยผสานการจัดลำดับทราฟฟิกไร้สายอัจฉริยะเข้ากับการเชื่อมต่อแบบมีสายมัลติกิกะบิตที่ขยายได้ ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างเวิร์กสเตชัน ระบบ NAS และอุปกรณ์สร้างสรรค์อื่น ๆ มีความเสถียร พร้อมทั้งช่วยให้การถ่ายโอนไฟล์และการทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่มีหลายอุปกรณ์เป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังเป็นการขยายระบบนิเวศ ProArt ไปสู่ด้านเครือข่าย เพื่อมอบโครงสร้างพื้นฐานสตูดิโอที่เชื่อมต่อกันอย่างครบถ้วนและสามารถขยายต่อได้ในอนาคต
ที่มา: ASUS