Android 16 เปิดตัวมาแล้วกว่า 8 เดือน และแม้อุปกรณ์จำนวนมากยังไม่ได้รับอัปเดต แต่ตอนนี้ Google ได้เริ่มปล่อย Android 17 เวอร์ชันเบต้าแรก แล้ว โดยมาพร้อมการปรับปรุงเบื้องหลังจำนวนมากสำหรับนักพัฒนา รวมถึงการยกระดับประสบการณ์ใช้งาน (UX) สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ก่อนจะลงรายละเอียด ต้องทำความเข้าใจกับรอบการปล่อยเวอร์ชัน Android เสียก่อน ปีที่แล้ว Google ได้ยกเลิกโปรแกรม Developer Preview แบบเดิม และแทนที่ด้วย Canary Channel ซึ่งจะส่งอัปเดตแบบ OTA อย่างต่อเนื่องให้ผู้ที่ต้องการทดลองฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
ข้อดีคือเข้าถึงฟีเจอร์ได้เร็วขึ้น เวอร์ชันเบต้ามีความเสถียรมากขึ้น และไม่ต้องแฟลชรอมด้วยตนเองอีกต่อไป
ตั้งแต่เบต้าแรกที่เริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ Google ตั้งเป้าจะเข้าสู่ช่วง Platform Stability ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ API และพฤติกรรมที่กระทบแอปจะถูก “ล็อก” แล้ว นักพัฒนาจะมีเวลาอีกหลายเดือนเพื่อปรับแอปก่อนปล่อยเวอร์ชันจริง
Android 17 จะมีการอัปเดตรายไตรมาส แต่เวอร์ชัน 26Q2 ที่จะมาถึงจะเป็นตัวเดียวที่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่กระทบแอป เนื่องจาก Android 17 (API Level 37) ยกเลิกตัวเลือกให้นักพัฒนาปฏิเสธการรองรับหน้าจอขนาดใหญ่หรือการหมุนหน้าจอ
หมายความว่าแอปต้องรองรับทุกฟอร์มแฟกเตอร์และทุกอัตราส่วนหน้าจออย่างจริงจังแล้ว
การปรับปรุงด้านระบบและนักพัฒนา (Backend Enhancements)
-
Lock-free MessageQueue ลดการล็อกคิว เพิ่มประสิทธิภาพมัลติเธรด
-
Generational Garbage Collection จัดการหน่วยความจำได้เร็วขึ้น
-
Static final fields ถูกบังคับให้เป็นค่าคงที่จริง ๆ
-
จำกัดการปรับแต่ง Custom Notification View
-
เพิ่ม ProfilingManager สำหรับดีบักประสิทธิภาพ
-
Dynamic Camera Session Updates ปรับค่ากล้องแบบไดนามิก
-
รองรับข้อมูล Logical Multi-Camera
-
รองรับมาตรฐานวิดีโอใหม่ Versatile Video Coding (VVC)
-
ยกเลิกการใช้ Cleartext Traffic Attribute (ความปลอดภัยสูงขึ้น)
-
รองรับระบบเข้ารหัส HPKE Hybrid Cryptography
-
ปรับปรุงประวัติการโทร VoIP
-
เพิ่มความสามารถ Wi-Fi Ranging และการตรวจจับระยะใกล้
-
แยกประเภทแอปสุขภาพกับแอปฟิตเนสได้ชัดเจนขึ้น
-
ผู้ใช้ควบคุมพฤติกรรมแอปตามอัตราส่วนหน้าจอได้มากขึ้น
-
การเปลี่ยนค่า Configuration มีความยืดหยุ่นขึ้น
ฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ทั่วไปจะเห็นได้ใน Android 17 Beta 1
-
ปรับดีไซน์ Search Widget ใหม่
-
ไอคอนปรับความสว่างแบบใหม่
-
ตัวบอกตำแหน่ง (Location Indicator) สีเข้มขึ้น มองเห็นง่าย
-
แอนิเมชันย่อหน้าจอ Gemini ใช้ได้ผ่านการปัดจากมุมจอ
-
เมนู Settings ถูกจัดให้กระชับขึ้น
-
ไอคอน Volume Overflow แบบใหม่
-
ชื่อโค้ดเนมภายในของเวอร์ชันนี้คือ “Cinnamon Bun”
หากต้องการทดลองใช้งานแบบ OTA ต้องสมัครโปรแกรมเบต้าผ่านอุปกรณ์ Pixel ที่รองรับ หลังจากนั้นระบบจะสามารถตรวจพบอัปเดตได้จากเมนูตรวจสอบการอัปเดตตามปกติ
ที่มา: Neowin



