เดิมที Biwin เป็นผู้ผลิต (OEM) ให้แบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง Acer และ HP มาก่อน
เริ่มกันที่ RD510 ซึ่งเป็นกล่อง SSD แบบ USB4 ความเร็ว 40Gbps โดยเชื่อมต่อกับ SSD M.2-2280 ภายในผ่าน PCIe Gen3 x4 ทำให้ได้ความเร็วอ่านสูงสุด 3.3GB/s และเขียนสูงสุด 3GB/s ตัวกล่องใช้โครงอะลูมิเนียมและมีระบบระบายความร้อนแบบแอคทีฟในตัว
Biwin CL100 เป็น SSD แบบชิปรวมก้อนเดียว ขนาดเล็กมากเพื่อลดพื้นที่ใช้บนแผงวงจรในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค แต่ให้สเปกแรงด้วย PCIe Gen4 x2 มีความจุ 512GB / 1TB / 2TB ทำความเร็วอ่านได้สูงสุด 3.7GB/s และเขียนสูงสุด 3GB/s
Biwin Amber ME300 คือการ์ด microSDXC มาตรฐาน SD Express 7.x รองรับ Nintendo Switch 2 ใช้ PCIe Gen3 x1 มีความจุ 256GB / 512GB / 1TB ทำความเร็วอ่านได้สูงสุด 900MB/s และเขียนสูงสุด 800MB/s
ต่อด้วย Biwin Amber PR2000 SSD พกพาขนาดเล็ก ทนทาน สามารถใช้กับพีซีหรือแปะติดด้านหลังสมาร์ตโฟนได้ด้วยแม่เหล็กในตัว รองรับ USB 3.2 Gen 2x2 (20Gbps) มีความจุ 512GB / 1TB / 2TB ทำความเร็วอ่านได้ 2GB/s และเขียน 1.8GB/s และยังมีสีให้เลือกให้เข้ากับ iPhone รุ่นใหม่ ๆ
ส่วน Biwin Amber PX4000 คือรุ่นที่เหนือกว่านั้น มาพร้อมพอร์ต USB4 40Gbps มีความจุ 1TB / 2TB / 4TB / 8TB ทำความเร็วอ่านสูงสุด 3.9GB/s และเขียน 3.7GB/s ตัวบอดี้เป็นโลหะพร้อมครีบระบายความร้อน แต่ไม่มีแม่เหล็กเหมือนรุ่น PR2000
มาดู SSD ภายในกันบ้าง—Biwin ขนรุ่นปัจจุบันและรุ่นใหม่มาโชว์ครบ รวมถึง Black Opal X570 PRO SSD ตัวท็อปที่มาพร้อม DRAM Cache ทำความเร็วอ่านได้สูงสุด 14GB/s และเขียน 13GB/s และยังมีรุ่นติดฮีตซิงก์ Black Opal X570H PRO ด้วย รุ่นนี้จะวางต่ำกว่าซีรีส์ X570 ตัวบนเล็กน้อยเมื่อดูจากค่า TBW
Black Opal NV7400 คือ SSD PCIe Gen4 มีความจุ 512GB / 1TB / 2TB / 4TB ทำความเร็วอ่านได้ 7450MB/s และเขียน 6500MB/s
ส่วนใครยังอยู่บน Gen3 ก็มี Black Opal NV3500 ให้เลือก รองรับ PCIe Gen3 x4 ความจุ 512GB – 2TB ทำความเร็วอ่าน 3500MB/s และเขียน 3000MB/s
ไฮไลต์สุดท้ายคือ หน่วยความจำ (RAM)
รุ่นเด่นคือ Biwin Origin Code Vortex ชุดแรมความจุสูงระดับเรือธง ตัวที่โชว์คือ 256GB (4×64GB) ความเร็ว DDR5-6000 แบบ Dual-Rank และผ่านการทดสอบใช้งานจริงบนแพลตฟอร์ม Intel Arrow Lake พร้อมติดฮีตซิงก์โลหะและไฟ ARGB
นอกจากนี้ยังมีชุดความจุ
• 32GB (2×16GB)
• 48GB (2×24GB)
• 96GB (2×48GB)
• 192GB (4×48GB)
และยังมี Black Opal DW100 RGB ชุดแรมไฮเอนด์ รองรับความเร็วตั้งแต่ DDR5-6000 จนถึง DDR5-8400 ความจุสูงสุด 32GB ต่อแถว
ส่วนรุ่น Black Opal HX100 ไม่มีไฟ RGB แต่เน้นฮีตซิงก์จัดเต็ม รองรับ DDR5-6000 ถึง DDR5-7200
เรียกได้ว่า Biwin กำลังยกระดับจาก OEM สู่วงการคอนซูเมอร์เต็มตัวแบบจริงจัง ทั้ง SSD และ RAM ครบทุกเซกเมนต์เลยครับ
ที่มา: TechPowerUp



