ตามรายงานที่อ้างอิงจากหลายแหล่งข่าว ระบุว่า DeepSeek ผู้พัฒนาโมเดลภาษา (LLM) จากจีน กำลังเตรียมระดมทุนภายนอกครั้งแรก โดยตั้งเป้าระดมทุนอย่างน้อย 300 ล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าบริษัทไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ DeepSeek ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ
การเปลี่ยนจากแนวทางที่ไม่พึ่งพาเงินทุนภายนอก มาสู่การระดมทุน สะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม AI ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใช้เงินลงทุนสูง ทั้งต้นทุนด้านคอมพิวต์ที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันแย่งตัวบุคลากรที่รุนแรง
ก่อนหน้านี้ DeepSeek ได้รับการสนับสนุนหลักจากบริษัทแม่อย่าง High-Flyer ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมากกว่า 70,000 ล้านหยวน และเพียงพอต่อการพัฒนาในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อโมเดล AI ก้าวสู่ระดับ “ล้านล้านพารามิเตอร์” ต้นทุนก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกินกว่าที่กองทุนเดียวจะรองรับได้
อีกหนึ่งปัญหาคือการรักษาบุคลากร หลังจากโมเดล DeepSeek-R1 ประสบความสำเร็จในปี 2025 มีรายงานว่าทีมงานสำคัญหลายคนถูกดึงตัวไปยังบริษัทใหญ่ เช่น
- Luo Fuli ย้ายไป Xiaomi
-
Guo Daya ย้ายไป ByteDance
รวมถึงมีการย้ายไปยัง Tencent และ DeepRoute.ai ด้วย
การไม่มีมูลค่าบริษัทที่ชัดเจน ทำให้ DeepSeek เสนอหุ้นหรือแรงจูงใจระยะยาวให้พนักงานได้ยาก จึงส่งผลต่อการรักษาทีมงาน
สำหรับโมเดลใหม่ V4 มีรายงานว่าจะใช้สถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts (MoE) ระดับล้านล้านพารามิเตอร์ และรองรับ context ระดับล้านโทเคน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ลดการพึ่งพา NVIDIA และรองรับชิปภายในประเทศ เช่น Huawei Ascend
อย่างไรก็ตาม การย้ายจากระบบ CUDA ไปสู่สถาปัตยกรรมใหม่เป็นเรื่องซับซ้อน ทำให้การเปิดตัว V4 ถูกเลื่อนหลายครั้ง จากเดิมเดือนกุมภาพันธ์ไปเป็นปลายเดือนเมษายน อีกทั้งยังมีเหตุระบบล่มยาว 13 ชั่วโมงในเดือนมีนาคม ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับการทดสอบระบบใหม่
เงินระดมทุน 300 ล้านดอลลาร์นี้ คาดว่าจะถูกนำไปใช้ในการเพิ่มกำลังประมวลผล ปรับใช้ V4 กับชิปทางเลือก และเร่งการทำตลาดเชิงพาณิชย์
ในภาพรวม ตลาดการระดมทุน LLM ทั่วโลกกำลังแข่งขันสูง โดยบริษัทอย่าง OpenAI และ Anthropic มีมูลค่าพุ่งไปถึงระดับหลายแสนล้านดอลลาร์
แม้ DeepSeek จะมีมูลค่าต่ำกว่าผู้นำระดับโลก แต่ระดับ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ก็เพียงพอให้ติดกลุ่มบริษัท AI ชั้นนำของจีน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อดีลนี้ในอนาคต
ที่มา: TrendForce



