EA ได้ประกาศรับสมัครวิศวกรเพื่อพอร์ตระบบ Javelin Anticheat ซึ่งเป็นแอนตี้ชีตระดับเคอร์เนล ไปยังแพลตฟอร์ม Windows-on-Arm (WoA) ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าอุตสาหกรรมเกมกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน โดยสะท้อนว่าผู้พัฒนาเกมรายใหญ่เริ่มพอร์ตเอนจิน เกม และระบบป้องกันโกงของตนไปยังพีซีที่ใช้ซีพียู Arm บน Windows 11 อย่างจริงจัง
เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ NVIDIA เปิดตัว SoC รุ่น N1/N1X ซึ่งใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม Arm และคาดว่าจะวางจำหน่ายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ชิปดังกล่าวจะมาพร้อมซีพียูรวม 20 คอร์ แบ่งเป็น 10 คอร์ Cortex-X925 และ 10 คอร์ Cortex-A725 บนชุดคำสั่ง Armv9.2 พร้อมจีพียูสถาปัตยกรรม “Blackwell” ที่ปรับจูนเพื่อการใช้พลังงานต่ำ และมี 6,144 CUDA cores
ในตลาด Windows-on-Arm นั้น NVIDIA จะต้องแข่งขันกับ Qualcomm ซึ่งเพิ่งเปิดตัว Snapdragon X2 Elite และ X2 Plus
หากย้อนกลับไปกรณีที่ Valve พยายามพอร์ตเกม Windows ทั่วไปไปยัง Linux หนึ่งในอุปสรรคสำคัญคือระบบแอนตี้ชีตระดับเคอร์เนลที่ไม่สามารถทำงานบนแพลตฟอร์มที่แตกต่างจาก Windows มาตรฐานได้ ปัจจุบันสถานการณ์คล้ายกันกำลังเกิดขึ้น แม้จะยังอยู่ในระบบ Windows ด้วยกัน แต่เป็นเวอร์ชันที่ใช้สถาปัตยกรรมซีพียูต่างกัน (x86 vs Arm) ทำให้ EA จำเป็นต้องพัฒนาโซลูชันเฉพาะสำหรับ Windows-on-Arm
คาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะมีการปล่อยเวอร์ชันใช้งานจริง แต่การประกาศรับสมัครงานแสดงให้เห็นว่ามีการพัฒนาภายในองค์กรเกิดขึ้นแล้ว และตำแหน่งวิศวกรอาวุโสที่ EA ต้องการ อาจเป็นกำลังหลักในการผลักดันแพลตฟอร์มใหม่นี้ให้พร้อมใช้งานอย่างสมบูรณ์
ในภาพรวม การเข้าสู่ตลาดของ NVIDIA จะผลักดันพันธมิตรในอีโคซิสเต็มให้เร่งพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ native สำหรับ WoA มากขึ้น ประกอบกับยอดขายโน้ตบุ๊กที่ใช้ Qualcomm Snapdragon ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าตลาดเริ่มเปิดรับ Windows 11 บน Arm อย่างจริงจัง
นอกจากนี้ EA ยังสำรวจการรองรับแพลตฟอร์มเพิ่มเติม รวมถึง Proton ของ Valve สำหรับผู้เล่น Linux ด้วย ซึ่งอาจหมายความว่าในอนาคต ระบบแอนตี้ชีตจะต้องรองรับได้ข้ามทั้งระบบปฏิบัติการและสถาปัตยกรรมซีพียูอย่างแท้จริง
ที่มา: VideoCardz



