Intel ใช้เวที CES 2026 เปิดตัวซีพียู Core Ultra Series 3 หรือชื่อรหัส Panther Lake อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่านี่คือแพลตฟอร์ม AI PC รุ่นแรกที่ผลิตบนกระบวนการ Intel 18A ซึ่งออกแบบและผลิตในสหรัฐอเมริกา
Intel วางตำแหน่ง Core Ultra Series 3 เป็นไลน์ ซีพียูสำหรับอุปกรณ์พกพา (Mobile) แบบครบช่วง โดยมีดีไซน์พีซีจากพาร์ตเนอร์เตรียมออกมากว่า 200 รุ่น พร้อมกันนี้ยังผ่านการทดสอบและรับรองสำหรับงาน Embedded และ Industrial Edge เช่น หุ่นยนต์ เมืองอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และการแพทย์ ที่ต้องการการทำงานต่อเนื่อง 24×7 และรองรับช่วงอุณหภูมิกว้าง
Jim Johnson รองประธานอาวุโสของ Intel ระบุว่า หัวใจหลักของแพลตฟอร์มนี้คือ ประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่ดีขึ้น, พลัง CPU สูงขึ้น, iGPU ใหญ่ขึ้น, พลัง AI มากขึ้น และความเข้ากันได้กับแอป x86
ฝั่งรุ่นท็อป Intel เพิ่มคลาสใหม่คือ Core Ultra X9 และ X7 โดยจับคู่กราฟิก Intel Arc iGPU ระดับสูงสุด กับ
-
สูงสุด 16 คอร์ CPU
-
สูงสุด 12 Xe cores
-
สูงสุด 50 TOPS จาก NPU
กลุ่มนี้ถูกวางเป้าไว้สำหรับโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง งานครีเอทีฟ และมัลติทาสก์หนัก ๆ
Intel เคลมว่า Core Ultra X9 388H ให้
-
ประสิทธิภาพมัลติเธรดดีขึ้นสูงสุด 60% ที่ระดับพลังงานใกล้เคียง Lunar Lake
-
ประสิทธิภาพเกมสูงขึ้น 77% เทียบกับ Lunar Lake
-
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 27 ชั่วโมง (จากเครื่องต้นแบบของ Lenovo)
ด้านการตั้งชื่อ Intel ปรับโครงสร้างใหม่ โดย Core Ultra จะเป็นตราพรีเมียม ขณะที่ Intel Core รุ่นปกติจะยังมีอยู่สำหรับโน้ตบุ๊กราคาประหยัด
จุดแบ่งชัดที่สุดคือ X-series กับ non-X และตัวอักษร H ซึ่งบ่งบอกกลุ่มพลังสูง โดย H-series สามารถบูสต์ได้ถึง 65W–80W ส่วนรุ่นที่ไม่ใช่ H จะจำกัดที่ 55W
ฝั่ง Edge และ AI Intel ยังอ้างผลทดสอบภายในว่า Core Ultra Series 3 ทำงานด้าน AI ได้ดีกว่า NVIDIA Jetson Orin AGX 64GB ในหลายด้าน เช่น
-
ประสิทธิภาพ LLM (first token latency) สูงกว่า 1.9 เท่า
-
ประสิทธิภาพต่อวัตต์ต่อดอลลาร์สำหรับวิดีโอแอนะลิติกส์สูงกว่า 2.3 เท่า
-
Throughput งาน Vision-Language-Action สูงกว่า 4.5 เท่า
โน้ตบุ๊กผู้บริโภคล็อตแรกจะเริ่ม เปิดพรีออร์เดอร์ 6 มกราคม 2026 และวางจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่ 27 มกราคม 2026 โดยจะมีรุ่นใหม่ทยอยออกต่อเนื่องในครึ่งแรกของปี ส่วนระบบ Edge ที่ใช้ Core Ultra Series 3 จะเริ่มใน ไตรมาส 2 ปี 2026
ที่มา: VideoCardz



