Microsoft กำลังเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนลงของชุมชนผู้ใช้ Windows หลังจากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับ Windows 11 สะสมมาอย่างต่อเนื่อง แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ The Verge ระบุว่า ยักษ์ใหญ่จากเรดมอนด์กำลังหันมาโฟกัสอย่างจริงจังกับการปรับปรุง “แกนหลัก” ของระบบปฏิบัติการ Windows 11 และบริการพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา การอัปเดตแต่ละครั้งมักสร้างปัญหาใหม่ตามมา ทั้งบั๊ก ความไม่เสถียร และการรบกวนการทำงานของระบบ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้ใช้ โดยเฉพาะกลุ่มพีซีเอนธูเซียสต์ ลดลงอย่างชัดเจน
Microsoft ใช้แนวทางที่เรียกว่า “swarming” โดยระดมทรัพยากรวิศวกรจำนวนมากเข้ามาแก้ปัญหาเชิงลึกแบบเร่งด่วน เป้าหมายคือทำให้ Windows 11 กลับมาเป็นมาตรฐานด้านประสิทธิภาพและความเสถียรอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม งานนี้ไม่ง่ายนัก เพราะความไว้วางใจของผู้ใช้ถูกบั่นทอนลงไปมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากปัญหาที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
Pavan Davuluri ประธานฝ่าย Windows และอุปกรณ์ของ Microsoft ให้สัมภาษณ์กับ The Verge ว่า
“ฟีดแบ็กที่เราได้รับจากชุมชนผู้ใช้ที่หลงใหลใน Windows และกลุ่ม Windows Insider นั้นชัดเจนมาก เราจำเป็นต้องปรับปรุง Windows ในแบบที่มีความหมายต่อผู้ใช้งานจริง ๆ ปีนี้คุณจะได้เห็นเราโฟกัสกับการแก้ pain point ที่ลูกค้าพูดถึงซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพของระบบ ความเสถียร และประสบการณ์โดยรวมของ Windows”
ปัญหาอย่าง BSOD ที่เกิดบ่อย บั๊กแปลก ๆ หรือแอปหลักของระบบทำงานผิดปกติ จะถูกยกระดับให้เป็นวาระสำคัญในการแก้ไข พร้อมกันนี้ Microsoft ยังประกาศว่า Windows 11 มีผู้ใช้งานทั่วโลกครบ 1 พันล้านรายอย่างเป็นทางการ โดยใช้เวลาเพียง 1,576 วัน เร็วกว่าที่ Windows 10 ใช้เวลา 1,706 วันในการไปถึงจุดเดียวกัน
Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft ระบุว่านี่คือหมุดหมายสำคัญของ Windows ซึ่งปัจจุบันกำลังขยายตัวเร็วกว่าในยุค Windows 10 ด้วยซ้ำ หลังจาก Windows 10 สิ้นสุดการซัพพอร์ต ผู้ใช้และองค์กรจำนวนมากเริ่มมองหาการอัปเกรดระบบใหม่ และ Windows 11 ก็กลายเป็นตัวเลือกหลักโดยปริยาย ทั้งนี้ ภายในกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ของ Microsoft รายได้จาก Windows เติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ที่มา: TheVerge



