NVIDIA หยุดการผลิต GPU H200 “Hopper” สำหรับตลาดจีน พร้อมสะสมสต็อกกว่า 250,000 ตัว
มีรายงานจากหลายแหล่งว่า NVIDIA ได้หยุดการผลิต GPU รุ่น H200 สถาปัตยกรรม “Hopper” ที่ออกแบบมาสำหรับตลาดจีน ที่โรงงานของ TSMC โดยบริษัทได้ผลิตและสะสมสต็อก H200 ไว้แล้วประมาณ 250,000 ตัว ซึ่งจะถูกจำหน่ายในตลาดจีนสำหรับการใช้งานบางประเภทที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ
หลังจากที่ NVIDIA ได้รับอนุญาตให้ส่งออก H200 accelerator ไปยังประเทศจีน บริษัทก็เริ่มเร่งสะสมสต็อก GPU รุ่นนี้เพื่อเตรียมส่งให้กับห้องแล็บด้าน AI ในจีน อย่างไรก็ตาม ฝั่งจีนเองก็มีข้อจำกัดเกี่ยวกับสิ่งที่บริษัทภายในประเทศและห้องวิจัย AI สามารถนำเข้าได้ ทำให้ การนำเข้า H200 ยังคงถูกห้าม เว้นแต่บริษัทนั้นจะได้รับ หนังสือยกเว้นจากรัฐบาลปักกิ่ง ก่อน
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ NVIDIA ใช้กำลังการผลิตบน กระบวนการผลิต TSMC N5 ขนาด 5 นาโนเมตร ผลิต H200 ออกมาประมาณ 250,000 หน่วย และปัจจุบัน GPU เหล่านี้ถูกเก็บไว้ในคลังสินค้า รอการอนุมัติทั้งจาก รัฐบาลสหรัฐฯ ในด้านการส่งออก และจาก ศุลกากรจีนในด้านการนำเข้า ก่อนที่จะส่งต่อให้กับห้องแล็บ AI ในจีนได้
ในรายงานของ Financial Times และ Reuters ยังระบุว่า NVIDIA จะนำกำลังการผลิตบางส่วนจาก H200 ไป “ปรับจัดสรรใหม่” ให้กับ GPU รุ่นถัดไปอย่าง “Rubin” อย่างไรก็ตาม GPU ทั้งสองเจเนอเรชันนี้ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่างกัน โดย
-
สถาปัตยกรรม Hopper ใช้กระบวนการผลิต TSMC 5 nm พร้อมเทคโนโลยีแพ็กเกจ CoWoS-S
-
ส่วน Rubin จะใช้กระบวนการผลิต 3 nm พร้อมแพ็กเกจแบบ CoWoS-L
ดังนั้น การย้ายกำลังการผลิตจึงไม่น่าจะเป็นการเปลี่ยนสายการผลิตจาก 5 nm ไปเป็น 3 nm โดยตรง เนื่องจากต้องปรับปรุงไลน์ผลิตและเครื่องจักรครั้งใหญ่ แต่สิ่งที่สามารถปรับได้ง่ายกว่าคือ กำลังการผลิตด้านแพ็กเกจจิ้ง (packaging) ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่รายงานเหล่านี้กำลังกล่าวถึง
ท้ายที่สุด กำลังการผลิตของ NVIDIA ที่โรงงานของ TSMC นั้นถูกจองไว้ตามจำนวน wafer บนโหนดการผลิตที่กำหนดในช่วงเวลาที่ตกลงกัน ซึ่งหมายความว่า เป้าหมายการผลิต H200 ได้ครบตามจำนวนแล้ว และ NVIDIA ไม่ได้ต่อสัญญาการผลิตเพิ่มเติม โดยคาดว่า TSMC จะนำกำลังการผลิตด้านแพ็กเกจบางส่วน (หรืออาจรวมถึงการผลิตโหนดในบางกรณี) ไปปรับปรุงเพื่อรองรับแพ็กเกจรูปแบบใหม่สำหรับระบบ “Vera Rubin” VR200 ที่กำลังจะเปิดตัว
ปัจจุบัน NVIDIA ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ TSMC ทำให้บริษัทมีอำนาจในการเลือกและกำหนดกำลังการผลิตภายในโรงงาน รวมถึงสามารถร้องขอการปรับเปลี่ยนสายการผลิตต่าง ๆ ซึ่ง TSMC ก็พร้อมรองรับความต้องการเหล่านั้น.
ที่มา: TechPowerUp



