NVIDIA DLSS 4.5 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ — มาพร้อม 6x MFG “Frame-Gen” และโมเดล Super Resolution รุ่นที่ 2 เพื่อยกระดับคุณภาพภาพและประสิทธิภาพ
DLSS 4.5 ก้าวใหม่ของเทคโนโลยีอัปสเกลด้วย AI จาก NVIDIA
DLSS 4 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการอัปสเกลด้วย AI ที่มอบประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 8 เท่า พร้อมเทคโนโลยี Multi-Frame Generation (MFG) ที่สร้างเฟรมได้สูงสุด 4 เท่า และขับเคลื่อนด้วยโมเดล Transformer รุ่นใหม่ ทำให้เมื่อใช้งาน RTX Super Resolution สามารถให้ภาพที่ละเอียดและคมชัดมากขึ้น
ตอนเปิดตัว DLSS 4 รองรับเพียง 75 เกมเท่านั้น แต่ภายในสิ้นปี 2025 จำนวนเกมที่รองรับก็เพิ่มเป็น 250 เกม ซึ่งเติบโตเร็วกว่าช่วง DLSS 3 อย่างชัดเจน — และรายชื่อเกมยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ NVIDIA ไม่ได้หยุดแค่ขยายรายชื่อเกมรองรับ เพราะในช่วงต้นปี 2026 พวกเขาเปิดตัว DLSS 4.5 เทคโนโลยีอัปสเกลยุคถัดไปที่อัดแน่นไปด้วยการปรับปรุงครั้งใหญ่ — และมาพร้อมรายชื่อเกมรองรับมากกว่า 400 เกมตั้งแต่วันแรก
เกมระดับบิ๊กไตเติลปี 2026 ที่รองรับ DLSS 4 ได้แก่
-
007 First Light — 27 พฤษภาคม 2026
-
Phantom Blade Zero — 9 กันยายน 2026
-
Pragmata — 24 เมษายน 2026
-
Resident Evil Requiem — 27 กุมภาพันธ์ 2026
DLSS 4.5 มาพร้อมอัปเดตใหญ่ 2 ด้านหลัก
1 DLSS 4.5 Super Resolution — โมเดล Transformer รุ่นที่ 2
ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่เพื่อแก้ปัญหาที่พบใน DLSS 4 เดิม เช่นภาพสั่น เส้นแตก และภาพเบลอในบางจุด
2 DLSS 4.5 Multi-Frame Generation (MFG) 6x
เพิ่มจำนวนเฟรมที่สร้างขึ้นเป็น สูงสุด 6 เท่า ทำให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นขึ้นไปอีกขั้น เหมาะมากสำหรับจอรีเฟรชเรตสูง
โมเดล Transformer รุ่นที่ 2 — Super Resolution คมชัด เนียนตาขึ้นทุกด้าน
โมเดล DLSS ถูกเทรนบนดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้ GPU Blackwell ของ NVIDIA โดยรอบนี้มีการเทรนกับชุดข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นและกรณีทดสอบที่ยากขึ้น ทำให้:
-ความนิ่งของภาพดีขึ้น (Temporal Stability)
-ลดอาการภาพซ้อนหรือ Ghosting
-ลดขอบหยัก / เพิ่มความคมของเส้นขอบ
-ให้ภาพคมชัดขึ้นแม้ในเกมที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว
โมเดลใหม่นี้มีพลังประมวลผลสูงขึ้นถึง 5 เท่า และใช้ความสามารถ FP8 ของ Blackwell เพื่อให้ AI เข้าใจบริบทของภาพและสุ่มตัวอย่างพิกเซลได้ชาญฉลาดขึ้น
DLSS 4.5 MFG — เฟรมมากขึ้น 6 เท่า ลื่นกว่าเดิม รองรับ 240Hz+
DLSS 4 เคยเปิดตัวฟีเจอร์ Multi-Frame Generation 4x ไปแล้ว
แต่ DLSS 4.5 ยกระดับขึ้นไปอีก:
-รองรับเฟรมเจนสูงสุด 6x
ทำให้เหมาะสุด ๆ กับเกม 240Hz หรือสูงกว่า
พร้อมทั้ง:
-เฟรมเรตลื่นไหล
-เฟรมเพซซิ่งดีขึ้น
-คุณภาพเฟรมที่สร้างดีขึ้น
ทดสอบกับ Black Myth: Wukong ที่ 4K + Path Tracing พบว่า
DLSS 4.5 6x เพิ่มเฟรมเรตได้อีก ~33%
แต่แลกกับดีเลย์เพิ่มเล็กน้อยราว 10–15%
Dynamic Multi-Frame Generation — ล็อกเฟรมเรตให้ตรงกับรีเฟรชเรตจอ
นี่คือโหมดใหม่ใน DLSS 4.5:
-ตั้งค่า FPS เป้าหมายได้เอง
จากนั้นระบบจะ:
-สลับ MFG อัตโนมัติระหว่าง 1x → 6x
เพื่อให้เฟรมเรต เสถียรและตรงกับรีเฟรชเรตจอ
ออกแบบมาสำหรับจอ:
-240Hz ขึ้นไป
เกม AAA ส่วนใหญ่จะใช้เพียง 3x–4x
ส่วน 6x เหมาะกับ:
-จอ 360Hz+
-4K High Refresh Gaming
รองรับ RTX ทุกรุ่น — แม้แต่ RTX 20 Series
ข่าวดีคือ:
-DLSS 4.5 RTX Super Resolution
พร้อมใช้งานแล้วใน Game Ready Driver ล่าสุด
และตั้งค่าได้ในแอป NVIDIA App ใหม่
-DLSS 4.5 6x MFG + Dynamic Mode
จะปล่อยใน Spring 2026
สำหรับ RTX 50 Series เป็นหลักก่อน
สรุปฟีเจอร์ DLSS 4.5
-Super Resolution รุ่นที่ 2 — ภาพคมและนิ่งกว่าเดิม
-แก้ Ghosting เห็นผลชัดเจน
-Anti-Aliasing ดีขึ้น
-Multi-Frame Generation สูงสุด 6x
-รองรับ Dynamic FPS Target
-ใช้งานได้กับ RTX 20 / 30 / 40 / 50 Series
-รองรับตั้งแต่วันแรก 400+ เกม
ที่มา: Wcctech



