
POCO M8 Pro เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ยกระดับซีรีส์ M ด้วยกล้องแฟลกชิป แบตอึด และความทนทานแบบรุ่นเรือธง
หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 มกราคม POCO M8 Series ก็เริ่มแสดงตัวตนชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่แค่การอัปเกรดตามรอบสินค้า แต่เป็นการ “ยกระดับซีรีส์ M” อย่างจริงจัง โดยเฉพาะ POCO M8 Pro ที่นำเอาจุดเด่นจากซีรีส์บนลงมาใส่อย่างไม่มีกั๊ก ทั้งกล้อง แบตเตอรี่ จอภาพ และโครงสร้างตัวเครื่อง
หากมองในภาพรวม M8 Pro คือมือถือที่พยายามตอบโจทย์ผู้ใช้ที่อยากได้ประสบการณ์ใกล้แฟลกชิป แต่ไม่อยากจ่ายราคาแฟลกชิป

แบตเตอรี่: 6,500mAh อึดจริง ชาร์จเร็วจริง
หนึ่งในปัญหาหลักของผู้ใช้สมาร์ตโฟนยุคนี้คือ “แบตหมดระหว่างวัน”
POCO แก้โจทย์นี้ตรงจุดด้วยการใส่แบตเตอรี่ 6,500mAh ซึ่งใหญ่กว่าค่ามาตรฐานของตลาดระดับกลางที่ยังวนอยู่แถว 5,000mAh
ในการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเปิด 5G ตลอด ใช้จอรีเฟรชเรตสูง หรือดันความสว่างจอเต็มที่ ผู้ใช้หนัก ๆ ก็สามารถใช้งานได้ครบวันแบบไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ และหลายกรณียังเหลือแบตข้ามวันได้สบาย
ที่น่าสนใจคือ POCO ไม่ได้แลกความเร็วชาร์จกับความจุแบต
100W HyperCharge ทำให้ชาร์จจาก 0–100% ได้ในราว 40 นาที หรือประมาณ 50% ภายใน 20 นาที เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความรวดเร็ว
แถมยังรองรับ Reverse Charging 22.5W ใช้ชาร์จอุปกรณ์อื่นในยามฉุกเฉินได้อีกด้วย
กล้อง: ยกของจริงจาก F Series ลงมา
POCO M8 Pro ใช้กล้องหลัก Light Fusion 800 ตัวเดียวกับที่อยู่ใน F Series พร้อม OIS (Optical Image Stabilization) ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดของซีรีส์ M อย่างแท้จริง
จุดแข็งของเซนเซอร์ตัวนี้คือการจัดการแสงและไดนามิกเรนจ์ที่ดีเป็นทุนเดิม
ในสภาพแสงน้อย ภาพยังคงดูสะอาด รายละเอียดไม่แตกหรือปรับจนเกินจริง
ในฉากย้อนแสง สามารถเก็บรายละเอียดท้องฟ้าและเงาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
พูดให้ชัดคือ POCO กำลังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้าถึง คุณภาพกล้องระดับแฟลกชิป ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่นหรือสายถ่ายสตรีท ถ่ายกลางคืน ที่ต้องการกล้องดีโดยไม่ต้องจ่ายแพง
จอภาพและประสิทธิภาพ: เกินมาตรฐานระดับเดียวกัน
POCO M8 Pro มาพร้อมจอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (CrystalRes) และความสว่างสูงสุดถึง 3,200 nits
ตัวเลขนี้เหนือกว่าจอ FHD และความสว่างต่ำกว่า 2,000 nits ที่ยังพบได้บ่อยในตลาดระดับเดียวกัน
ขอบจอบางช่วยให้แม้หน้าจอจะใหญ่ แต่ยังถือถนัดมือ และให้ฟีลลิ่งแบบ “จอเต็มตา” เหมาะกับการดูหนัง เล่นเกม และเสพคอนเทนต์ระยะยาว
ด้านพลังประมวลผล ใช้ Snapdragon 7s Gen 4 ซึ่งเป็นชิปรุ่นใหม่ในกลุ่มนี้ ทำคะแนน AnTuTu ทะลุหนึ่งล้านคะแนน
ในการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเปิดแอป สลับงาน หรือเล่นเกมอย่าง Mobile Legends ต่อเนื่อง เครื่องยังคงนิ่ง ไม่ร้อนจัด และไม่มีอาการหน่วงให้เห็นชัด

โครงสร้างและความทนทาน: มาตรฐานที่เคยเป็นของแฟลกชิปเท่านั้น
อีกจุดที่สะท้อนแนวคิด “ไม่ตัดมุม” ของ M8 Pro คือเรื่องความทนทาน
ตัวเครื่องรองรับ IP68 กันฝุ่นและน้ำเต็มรูปแบบ พร้อมกระจกหน้าจอ Gorilla Glass Victus 2
การรวม IP68 + Victus 2 เคยเป็นเอกสิทธิ์ของมือถือเรือธงราคาแพง
การที่ POCO นำมาตรฐานนี้ลงมาใน M Series บอกชัดว่า M8 Pro ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานจริงในระยะยาว ไม่ใช่แค่สเปกสวยบนกระดาษ

สรุป: ก้าวที่ชัดเจนของ POCO M Series
POCO M8 Pro คือการยกระดับที่ “เห็นและรู้สึกได้จริง”
แบตใหญ่ + ชาร์จเร็ว, กล้องจากซีรีส์บน, จอ 1.5K สว่างจัด, ความทนทานระดับแฟลกชิป — ทั้งหมดถูกรวมอยู่ในเครื่องเดียว ภายใต้ราคาที่ยังแข่งขันได้
หากคุณไม่อยากจ่ายราคามือถือเรือธง แต่ยังคาดหวังฟีเจอร์หลักแบบไม่ประนีประนอม
POCO M8 Pro คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดของช่วงต้นปีนี้
ราคา Early Bird เริ่มต้นที่ 7,499 บาท
สำหรับใครที่มองหาความคุ้มแบบ “ข้ามคลาส” รุ่นนี้คือชื่อที่ควรอยู่ในลิสต์อย่างไม่ต้องสงสัย



