Lenovo ประกาศในงาน CES 2026 ว่าจะเปิดตัว SteamOS เวอร์ชันทางการสำหรับ Legion Go 2 และก่อนที่เวอร์ชันดังกล่าวจะเปิดให้ใช้งานจริงในช่วงกลางปี 2026 ทาง ETA Prime ยูทูเบอร์สายทดสอบเครื่องเกมพกพาชื่อดัง ก็ได้นำ SteamOS มาทดสอบบน Legion Go 2 เวอร์ชันที่มาพร้อม Windows เพื่อดูแนวโน้มประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งานล่วงหน้า
ผลลัพธ์ที่ออกมาน่าสนใจมาก ความร่วมมือระหว่าง Lenovo และ Valve ในการปรับปรุงการรองรับ SteamOS สำหรับ Legion Go 2 ดูเหมือนจะได้ผล เพราะประสบการณ์ใช้งานภายใต้ SteamOS นั้น เกือบสมบูรณ์แบบแล้ว ฟีเจอร์ที่ยังขาดอยู่มีเพียงการควบคุมไฟ RGB ใต้จอยสติ๊กผ่านซอฟต์แวร์ เท่านั้น นอกเหนือจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับความสว่างหน้าจอ ระบบเครือข่าย การควบคุม TDP / TGP และโปรไฟล์ประสิทธิภาพ ต่างก็ทำงานได้ดีไม่ต่างจากบน Steam Deck ของ Valve
ในด้านประสิทธิภาพ AMD Ryzen Z2 Extreme บน Legion Go 2 ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจเมื่อรันบน SteamOS
-
ที่ 16W TDP ความละเอียด 1600×1000 พร้อมพรีเซ็ต Steam Deck เกม Cyberpunk 2077 ทำได้ราว 49 FPS
-
เพิ่มเป็น 35W Performance Mode ที่ความละเอียด 1200p เฟรมเรตขยับขึ้นเป็น 61 FPS
-
ในโหมดประหยัดพลังงาน เครื่องใช้ไฟจากแบตเตอรี่เพียง 9W และยังสามารถเล่นเกมอินดี้เบา ๆ ที่ 60 FPS แบบล็อกเฟรม ได้สบาย
แม้แต่เกมกินสเปกอย่าง Borderlands 4 ก็ยังรันได้ที่ 57–60 FPS ใน Performance Mode บนโหมดกราฟิกค่าเริ่มต้นแบบ Steam Deck ซึ่งแตกต่างจาก Steam Deck รุ่นปกติที่ทำได้เพียงราว 20–25 FPS และถือว่าแทบเล่นไม่ได้
เกมอื่น ๆ ที่ ETA Prime ทดสอบ เช่น Mortal Kombat 1, Spider-Man 2 และ Doom: The Dark Ages ต่างก็รักษาเฟรมเรตได้ที่ 60 FPS หรือมากกว่า แม้จะรันที่ความละเอียดพื้นฐาน 1200p ของจอเครื่อง โดยเฉพาะ Spider-Man 2 เมื่อเปิด FSR สามารถทำเฟรมเรตเฉลี่ยเกิน 70 FPS ที่กราฟิกระดับ Medium และ TDP 35W
ด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ก็ถือว่าน่าพอใจ
-
โหมดประหยัดพลังงาน เล่นเกมอินดี้ได้มากกว่า 7 ชั่วโมง
-
เล่นเกม AAA ใน Balanced Mode อยู่ที่ราว 2 ชั่วโมง 45 นาที
-
เปิด Performance Mode เต็ม 35W กับเกม AAA จะเหลือเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที
ใครสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถรับชมวิดีโอทดสอบฉบับเต็มได้
ที่มา: TechPowerUp



