มีรายงานว่า Steam กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องมือใหม่ชื่อ “Frame Estimator” ที่สามารถประเมินประสิทธิภาพของพีซีของคุณได้ก่อนตัดสินใจซื้อเกม
แพลตฟอร์ม Steam ของ Valve ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการเข้าถึงพีซีจำนวนมหาศาล โดยแอป Steam Client มีตัวเลือกให้ผู้ใช้เข้าร่วมระบบเก็บข้อมูล (telemetry) ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลสเปกเครื่องและข้อมูลเกม เช่น ไลบรารีของผู้ใช้
จากข้อมูลเหล่านี้ Steam จะสามารถคาดการณ์จำนวนเฟรมต่อวินาที (FPS) ที่พีซีของคุณจะทำได้ในแต่ละเกม ตามสเปกที่ใช้งาน ตัวอย่างเช่น สำหรับ CPU, GPU และแรมที่มีอยู่ ระบบอาจแสดงว่าเกมหนึ่งสามารถรันได้ที่ 60 FPS บนความละเอียด 1440p พร้อมตั้งค่ากราฟิกระดับสูง หรือค่าตามที่ผู้ใช้เลือก
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าหน้าตาฟีเจอร์จะเป็นอย่างไร เนื่องจากยังอยู่ในขั้นตอนปรับปรุงก่อนเปิดทดสอบแบบเบต้า
นอกจากนี้ Valve ยังได้เริ่มเก็บข้อมูล FPS แบบไม่ระบุตัวตนจากผู้ใช้ตั้งแต่ประมาณหนึ่งเดือนก่อน เมื่อมีการรันเกม เพื่อนำข้อมูลจากผู้ใช้จำนวนมหาศาลมาสร้างระบบที่สามารถประเมิน FPS ได้จากสเปกเครื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเกมก่อน
ฟีเจอร์นี้คาดว่าจะถูกเพิ่มเข้ามาใน Steam Client และจะแสดงให้เห็นว่าเครื่องของคุณสามารถให้ประสิทธิภาพได้แค่ไหนก่อนที่คุณจะซื้อเกม ถือเป็นระบบแนะนำที่บอกผลลัพธ์โดยอิงจากการตั้งค่าและความละเอียดที่กำหนด
ในโลกของการประกอบพีซีเอง (DIY) มีตัวเลือกฮาร์ดแวร์ที่หลากหลายมาก เริ่มตั้งแต่ซีพียูที่มีทั้ง AMD และ Intel ซึ่งมีหลายรุ่นและหลายเจเนอเรชัน รวมถึงการ์ดจอจาก AMD, Intel และ NVIDIA ที่แตกต่างกันทั้งรุ่น ไดรเวอร์ และระบบปฏิบัติการ
ยังไม่รวมถึงหน่วยความจำที่มีหลายประเภท เช่น DDR3, DDR4 และ DDR5 ซึ่งมีขนาดและความเร็วต่างกันไปตามการตั้งค่าและแพลตฟอร์มของซีพียู ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้การประเมินประสิทธิภาพของระบบให้แม่นยำเป็นเรื่องยากมาก หากไม่มีทรัพยากรขนาดใหญ่แบบ Valve ที่สามารถรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาล และนำมาสร้างระบบคาดการณ์ที่คล้ายกับ AI เพื่อประเมินผลลัพธ์ได้ใกล้เคียงความจริงภายในขอบเขตความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้
ที่มา: TechPowerUp



