MSI ชี้วิกฤตแรมและการ์ดจออาจยืดเยื้อถึงปีหน้า แต่ซีพียูเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นในไตรมาส 3
Xu Xiang ประธานบริษัท MSI ออกมาแสดงมุมมองต่อสถานการณ์ตลาดฮาร์ดแวร์พีซี โดยระบุว่าปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำ (RAM) และการ์ดจอยังคงมีแนวโน้มดำเนินต่อไป เนื่องจากกำลังการผลิตของอุตสาหกรรมถูกเบนไปตอบสนองตลาด AI ที่มีมูลค่าสูงกว่า ขณะที่ตลาดซีพียูเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว และคาดว่าอุปทานจะทยอยดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
AI ดึงกำลังการผลิต ทำแรมและการ์ดจอยังตึงตัว
Xu Xiang ระบุว่า ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ได้ปรับกำลังการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI ศูนย์ข้อมูล และฮาร์ดแวร์สำหรับงานประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ ส่งผลให้ทรัพยากรการผลิตสำหรับตลาดผู้บริโภคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผลที่ตามมาคือ แรมและการ์ดจอสำหรับผู้ใช้ทั่วไปยังคงเผชิญทั้งภาวะสินค้าขาดตลาดและราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซีพียูเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แต่ราคาอาจไม่ลด
สำหรับตลาดซีพียู MSI มองว่าสถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าอุปทานจะเริ่มกลับมาสมดุลมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
อย่างไรก็ตาม บริษัทเตือนว่าการมีสินค้าพร้อมจำหน่ายมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าราคาจะปรับลดลงตามทันที แต่เพียงทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสหาซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา
สำหรับผู้ที่วางแผนอัปเกรดเครื่องพีซี การหาซื้อซีพียูอาจไม่ใช่เรื่องยากเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ควรคาดหวังว่าจะเกิดการปรับราคาลงอย่างรุนแรงในระยะสั้น
ต้นทุนพีซียังอยู่ในระดับสูง
MSI ชี้ว่า ต้นทุนของเครื่องพีซีไม่ได้ขึ้นอยู่กับชิ้นส่วนเพียงชนิดเดียว แต่เป็นห่วงโซ่ขององค์ประกอบหลัก ได้แก่ ซีพียู เมนบอร์ด แรม SSD และการ์ดจอ
ตราบใดที่ยังมีชิ้นส่วนสำคัญบางประเภท โดยเฉพาะแรมและการ์ดจอ ที่ยังมีราคาสูง ราคาของเครื่องพีซีโดยรวมก็จะลดลงได้ยาก
บริษัทจึงประเมินว่าตลาดพีซีมีแนวโน้มเผชิญกับระดับราคาที่สูงต่อเนื่องไปอีกระยะ แม้สถานการณ์ด้านอุปทานของซีพียูจะเริ่มคลี่คลายแล้วก็ตาม
การประเมินของ MSI ยังสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ที่ความต้องการฮาร์ดแวร์สำหรับ AI ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปและหน่วยความจำให้ความสำคัญกับตลาดดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่าตลาดผู้บริโภค ซึ่งอาจทำให้ราคาฮาร์ดแวร์พีซียังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า
ที่มา: IT Home



