GIGABYTE ขึ้นราคาการ์ดจอแล้ว! ญี่ปุ่นเริ่มมีผล 1 สิงหาคม ปรับสูงสุด 40% ตามรุ่น ท่ามกลางวิกฤตราคา VRAM และต้นทุนพุ่ง
ตลาดการ์ดจอเริ่มได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อมีรายงานว่า GIGABYTE ได้เริ่มปรับขึ้นราคาการ์ดจอในช่องทางจำหน่ายแบบค้าส่ง โดยปรับเพิ่ม ประมาณ 20–40% ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น
ข้อมูลดังกล่าวมาจาก CFD-BIZ ผู้จัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งระบุว่าราคาใหม่ มีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2026
ขึ้นราคาสูงสุด 40% แต่ยังไม่เปิดเผยรุ่นที่ได้รับผลกระทบ
แม้ GIGABYTE จะยังไม่ได้เปิดเผยว่าการ์ดจอรุ่นใดถูกปรับราคา แต่ CFD-BIZ ยืนยันว่าการปรับราคามีผลแล้วสำหรับคำสั่งซื้อใหม่
นอกจากนี้ ผู้จัดจำหน่ายยังแจ้งว่า
- คำสั่งซื้อบางรายการที่ยังไม่ได้จัดส่ง อาจไม่สามารถส่งมอบได้
- มีความเป็นไปได้ที่จะยกเลิกออเดอร์ที่ค้างอยู่
- ลูกค้าแต่ละรายอาจได้รับการติดต่อเป็นรายกรณีเพื่อหารือเกี่ยวกับการยกเลิกหรือปรับเงื่อนไขการสั่งซื้อ
ทั้งนี้ คำสั่งซื้อบางรายการอาจยังได้รับสินค้าในราคาเดิม หากสามารถดำเนินการจัดส่งได้ทันก่อนการปรับราคา
ราคา RTX 50 ในเอเชียยังคงพุ่ง
รายงานครั้งนี้สอดคล้องกับข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 50 Series ในเกาหลีใต้มีการปรับราคาสูงขึ้นแล้ว สูงสุดประมาณ 30% ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น
สาเหตุสำคัญมาจาก
- ราคาหน่วยความจำ GDDR7 ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ต้นทุนการผลิตการ์ดจอเพิ่มขึ้น
- อุปทานหน่วยความจำที่ยังตึงตัวจากความต้องการของตลาด AI
เนื่องจาก NVIDIA จัดส่ง GPU พร้อมชุดหน่วยความจำ GDDR7 ให้กับผู้ผลิตการ์ด (AIB) เป็นแพ็กเกจเดียว ต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นจึงส่งผลต่อราคาสินค้าโดยตรง
ค่าเงินเยนอ่อนอาจซ้ำเติมราคาในญี่ปุ่น
อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้ราคาการ์ดจอในญี่ปุ่นสูงกว่าภูมิภาคอื่น คือการอ่อนค่าของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมา
รายงานระบุว่า การ์ดจอบางล็อตอาจถูกนำเข้าช่วงที่อัตราแลกเปลี่ยน USD/JPY อยู่ในระดับสูงสุด ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10%
อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่า ผลกระทบดังกล่าวอาจเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว หลังจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้ร่วมกันดำเนินมาตรการเพื่อพยุงค่าเงินเยน
จึงมีความเป็นไปได้ว่าการปรับราคาสูงสุดถึง 40% อาจไม่เกิดขึ้นกับทุกตลาด และในระยะยาวอาจใกล้เคียงกับการปรับขึ้น ประมาณ 30% ตามที่มีรายงานในอุตสาหกรรมก่อนหน้านี้
ราคาหน้าร้านยังต้องติดตาม
แม้ CFD-BIZ จะยืนยันการปรับราคาค้าส่งแล้ว แต่ราคาที่ผู้บริโภคจะพบในร้านค้าปลีกอาจแตกต่างกัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับ
- สต็อกสินค้าเดิมของแต่ละร้าน
- ต้นทุนการนำเข้า
- นโยบายการตั้งราคาของผู้ค้าปลีก
จึงต้องติดตามต่อไปว่าการ์ดจอรุ่นใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด และราคาขายจริงจะเพิ่มขึ้นในระดับใด
แนวโน้มการ์ดจอแพงขึ้นยังไม่จบ
การปรับราคาของ GIGABYTE ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าตลาดการ์ดจอกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากราคาหน่วยความจำ GDDR7 ที่พุ่งสูง วัตถุดิบที่มีราคาแพงขึ้น และอุปสงค์จากตลาด AI ที่ยังแข็งแกร่ง
หากผู้ผลิตรายอื่นเดินตามแนวทางเดียวกัน ผู้บริโภคที่กำลังวางแผนอัปเกรดหรือประกอบพีซีใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 อาจต้องเผชิญกับราคาการ์ดจอที่สูงขึ้นอีกระลอก โดยเฉพาะกลุ่ม GeForce RTX 50 Series ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากวิกฤตต้นทุนหน่วยความจำทั่วโลก
ที่มา: TechPowerUp



