ผู้บริหารของ Acer ไต้หวัน เปิดเผยว่า ตลาดพีซีทั่วโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ หน่วยความจำ (RAM) และ SSD ซึ่งยังเป็นชิ้นส่วนที่ขาดแคลนมากที่สุดในห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ราคาคอมพิวเตอร์มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีกในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้
Acer คาดว่าราคาพีซีโดยรวมอาจปรับเพิ่มขึ้น ประมาณ 5% ในไตรมาส 3 ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มทรงตัวมากขึ้นในช่วงไตรมาส 4
RAM และ SSD ยังเป็นปัญหาหลัก
แม้ว่าปัจจุบันอุปทานของซีพียูจะเริ่มดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่ผู้บริหาร Acer ระบุว่าสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะซีพียูระดับ Mainstream ไปจนถึง High-End ยังคงมีอุปทานตึงตัว
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนมากที่สุดในเวลานี้ยังคงเป็น
- หน่วยความจำ DRAM
- SSD
ซึ่งมีราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการในตลาด AI และดาต้าเซ็นเตอร์
ราคา PC ขึ้นมาแล้วมาก แต่ยังมีโอกาสเพิ่มอีก
Acer ระบุว่าราคาคอมพิวเตอร์ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตลอดปีนี้ และยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5% ในช่วงไตรมาส 3
อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าราคาปัจจุบันอยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีการปรับขึ้นเพิ่มเติมหลังจากนี้ ก็น่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยหรือผันผวนในกรอบจำกัด มากกว่าจะเกิดการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา
ผู้ผลิตเริ่มลดสเปกเพื่อควบคุมต้นทุน
จากต้นทุนชิ้นส่วนที่ยังอยู่ในระดับสูง ผู้ผลิตพีซีหลายรายเริ่มปรับสเปกสินค้าเพื่อควบคุมต้นทุนการผลิต
ผู้บริหาร Acer ยกตัวอย่างว่า
ในอดีต
- SSD ความจุ 1TB ถือเป็นมาตรฐานของพีซีหลายรุ่น
แต่ในปัจจุบัน
- SSD 512GB กำลังกลับมาเป็นสเปกหลักของคอมพิวเตอร์หลายรุ่นอีกครั้ง เพื่อช่วยลดต้นทุนและรักษาระดับราคาจำหน่ายให้แข่งขันได้
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ผลิตกำลังเลือกปรับสเปกมากกว่าการผลักภาระต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้บริโภค
ต้นทุน Windows OEM ก็เพิ่มขึ้น
นอกจากราคาฮาร์ดแวร์แล้ว ต้นทุนด้านซอฟต์แวร์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
Acer เปิดเผยว่า Microsoft ได้ปรับขึ้น ค่าลิขสิทธิ์ Windows สำหรับผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ (OEM License) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีนี้
โดยการปรับขึ้นครั้งนี้มีอัตราสูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา และค่าลิขสิทธิ์ยังแตกต่างกันตามระดับของซีพียู
- รุ่นระดับสูง มีการปรับขึ้นมากกว่า
- รุ่นระดับเริ่มต้นได้รับผลกระทบน้อยกว่า
ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตแบรนด์ต่าง ๆ แทบไม่มีทางเลือก นอกจากทยอยสะท้อนต้นทุนดังกล่าวไปยังราคาจำหน่ายของคอมพิวเตอร์ในที่สุด
ตลาด PC ยังเผชิญแรงกดดันจากอุตสาหกรรม AI
สถานการณ์ในปัจจุบันสอดคล้องกับรายงานจากผู้ผลิตหน่วยความจำหลายรายที่ระบุว่า กำลังการผลิต DRAM และ NAND Flash จำนวนมากกำลังถูกจัดสรรไปยังตลาด AI, เซิร์ฟเวอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้ชิ้นส่วนสำหรับตลาดพีซีมีอุปทานตึงตัวและราคาสูงขึ้น
ด้วยปัจจัยทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ผู้บริโภคที่กำลังวางแผนซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่อาจต้องเตรียมรับมือกับราคาที่สูงขึ้นในช่วงไตรมาส 3 แม้ Acer จะมองว่าสถานการณ์มีแนวโน้มเริ่มทรงตัวในช่วงปลายปี แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าราคาพีซีจะกลับลงสู่ระดับเดิมในเร็ว ๆ นี้
ที่มา: IT Home



