ราคา GeForce RTX 50 Series พุ่งหนัก! RTX 5060 Ti 16GB แพงขึ้น 39% ส่วน RTX 5090 สูงกว่า MSRP ถึง 135%
ตลาดการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 50 Series กำลังเผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างหนัก หลังราคากลางของการ์ดจอ Blackwell หลายรุ่นบน Newegg ปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม โดยเฉพาะรุ่นที่มี VRAM ขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้น
ข้อมูลราคาดังกล่าวสะท้อนว่าการขึ้นราคาของ RTX 50 Series ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรุ่นระดับ High-end แต่เริ่มกระจายไปยังการ์ดระดับกลางด้วย
RTX 5060 ขึ้น 27% ในเวลาเพียงเดือนเดียว
สำหรับ GeForce RTX 5050 ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น ราคากลางบน Newegg เพิ่มจากประมาณ 300 ดอลลาร์ ในเดือนมิถุนายน เป็น 315 ดอลลาร์ ในเดือนสิงหาคม หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5%
แต่เมื่อขยับขึ้นมาเป็น GeForce RTX 5060 ราคากลับเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงกว่า โดยจากประมาณ 370 ดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ขึ้นเป็น 470 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม
เท่ากับเพิ่มขึ้นประมาณ 27% หรือ 100 ดอลลาร์ ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
RTX 5060 Ti 16GB เจอขึ้นราคาหนักสุดในกลุ่มรุ่นกลาง
สถานการณ์ยิ่งชัดเจนเมื่อมองไปที่ GeForce RTX 5060 Ti
รุ่น 8GB มีราคากลางเพิ่มจากประมาณ 470 ดอลลาร์ เป็น 530 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นราว 13%
แต่รุ่น RTX 5060 Ti 16GB กลับปรับขึ้นถึง 39%
จากประมาณ 570 ดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม กลายเป็น 805 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม หรือเพิ่มขึ้นถึง 235 ดอลลาร์
ความแตกต่างระหว่างรุ่น 8GB และ 16GB จึงเริ่มมีนัยสำคัญมากขึ้น เพราะต้นทุนของ VRAM กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อราคาการ์ดจอรุ่นใหม่
RTX 5070 พุ่ง 36% ขณะที่ RTX 5070 Ti ยังทรงตัว
GeForce RTX 5070 ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยราคากลางเพิ่มจากประมาณ 660 ดอลลาร์ เป็น 900 ดอลลาร์
คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 36% หรือประมาณ 240 ดอลลาร์
ส่วน RTX 5070 Ti ยังคงอยู่ที่ประมาณ 1,100 ดอลลาร์ จากข้อมูลชุดเดียวกัน จึงถือว่าทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อน
ด้าน RTX 5080 ขยับขึ้นเล็กน้อยจากประมาณ 1,462 ดอลลาร์ เป็น 1,500 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นราว 3%
ขณะที่รุ่นเรือธง GeForce RTX 5090 เพิ่มจากประมาณ 4,300 ดอลลาร์ เป็น 4,700 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9%
ราคากลาง RTX 50 Series บน Newegg
| รุ่น | กรกฎาคม | สิงหาคม | เพิ่มขึ้น |
|---|---|---|---|
| RTX 5050 | $300* | $315 | +5% |
| RTX 5060 | $370 | $470 | +27% |
| RTX 5060 Ti 8GB | $470 | $530 | +13% |
| RTX 5060 Ti 16GB | $570 | $805 | +39% |
| RTX 5070 | $660 | $900 | +36% |
| RTX 5070 Ti | $1,100 | $1,100 | 0% |
| RTX 5080 | $1,462 | $1,500 | +3% |
| RTX 5090 | $4,300 | $4,700 | +9% |
*ราคาของ RTX 5050 เปรียบเทียบกับเดือนมิถุนายนตามข้อมูลที่รายงาน
RTX 5090 แพงกว่า MSRP ถึง 135%
เมื่อเทียบกับ MSRP ที่ NVIDIA ประกาศไว้ สถานการณ์ยิ่งน่าตกใจ เพราะราคาขายจริงของ RTX 50 Series หลายรุ่นอยู่สูงกว่าราคาที่ NVIDIA ยังคงแสดงบนเว็บไซต์อย่างมาก
กรณีที่โดดเด่นที่สุดคือ RTX 5090 ซึ่งราคากลางประมาณ 4,700 ดอลลาร์ สูงกว่า MSRP ถึงประมาณ 135%
นั่นหมายความว่าผู้บริโภคต้องจ่ายเงินมากกว่าราคาที่ NVIDIA กำหนดไว้มากกว่าสองเท่าในตลาดค้าปลีกบางส่วน
วิกฤต VRAM กำลังส่งผลถึงราคาการ์ดจอ
ปัจจัยสำคัญเบื้องหลังการปรับราคาครั้งนี้เกี่ยวข้องกับ ต้นทุนหน่วยความจำ DRAM และ GDDR7 ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้ผลิตหน่วยความจำสามารถปรับราคาที่เรียกเก็บจากผู้ผลิตการ์ดจอหรือ AIB ได้ และต้นทุนดังกล่าวก็ถูกส่งต่อมายังราคาการ์ดจอในที่สุด
ผลกระทบจะยิ่งชัดเจนใน GPU ระดับสูง เพราะการ์ดรุ่นเหล่านี้ต้องใช้ VRAM มากกว่า ทำให้ต้นทุนหน่วยความจำมีสัดส่วนต่อราคาสินค้าสูงขึ้น
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราเห็นการ์ดรุ่น VRAM สูง เช่น RTX 5060 Ti 16GB ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงกว่ารุ่นที่มีหน่วยความจำน้อยกว่า
ราคาอาจยังไม่ใช่จุดสูงสุด
สิ่งที่น่ากังวลคือการขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาด DRAM ยังอยู่ภายใต้ภาวะตึงตัว และต้นทุนหน่วยความจำยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง
หากต้นทุน GDDR7 ยังคงเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตการ์ดจออาจจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นอีก หรือจำกัดจำนวนสินค้าที่ส่งเข้าสู่ตลาด
สำหรับผู้บริโภค นั่นหมายความว่า ยุคที่การ์ดจอ RTX 50 Series สามารถซื้อได้ใกล้ MSRP อาจกำลังห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ
จาก RTX 5060 ที่เพิ่มขึ้น 27%, RTX 5070 ที่เพิ่มขึ้น 36% ไปจนถึง RTX 5060 Ti 16GB ที่กระโดดถึง 39% ภายในเวลาเพียงเดือนเดียว ภาพรวมตลาดกำลังสะท้อนว่า วิกฤตหน่วยความจำไม่ได้กระทบแค่ราคา RAM อีกต่อไป แต่กำลังส่งผ่านต้นทุนโดยตรงมายัง GPU และอาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดราคาฮาร์ดแวร์ PC ในช่วงที่เหลือของปี 2026
ที่มา: TechPowerUp



