RTX 5090 เจออีกแล้ว! Hardware Unboxed พบสาย 12V-2×6 ร้อนทะลุ 175°C จนละลาย กระแสไฟพุ่ง 22A ที่สายเส้นเดียว
ปัญหา 12V-2×6 บนการ์ดจอระดับเรือธงอย่าง NVIDIA GeForce RTX 5090 กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังช่อง Hardware Unboxed ตรวจพบเหตุการณ์สายไฟเลี้ยงเกิดความร้อนสูงจนถึงขั้นหลอมละลายระหว่างการทดสอบ RTX 5090 บน Test Bench โดยครั้งนี้สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงอุณหภูมิที่สูงถึงประมาณ 175°C แต่ยังพบความผิดปกติของการกระจายกระแสไฟอย่างรุนแรง โดยสายไฟบางเส้นแทบไม่มีกระแสไหล ขณะที่สายเพียงเส้นเดียวกลับต้องรับภาระสูงถึงประมาณ 22A
การทดสอบดังกล่าวใช้ ASUS ROG Astral RTX 5090 ทำงานร่วมกับพาวเวอร์ซัพพลาย be quiet! Dark Power 13 และปัญหาถูกตรวจพบโดยบังเอิญ เมื่อ Steve จาก Hardware Unboxed สัมผัสสายไฟระหว่างการทดสอบแล้วพบว่าสายมีความร้อนสูงผิดปกติจนถึงระดับที่สามารถทำให้มือเกิดแผลไหม้ได้
เมื่อนำกล้องถ่ายภาพความร้อนมาตรวจสอบเพิ่มเติม จึงพบว่าบริเวณคอนเน็กเตอร์มีอุณหภูมิสูงกว่า 150°C และสามารถไต่ขึ้นไปถึงประมาณ 175°C ภายใต้โหลด
Thermal Grizzly WireView Pro พบต้นเหตุ กระแสไฟไม่สมดุลอย่างรุนแรง
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือ Hardware Unboxed ใช้ Thermal Grizzly WireView Pro เพื่อตรวจสอบการจ่ายกระแสผ่านสาย 12V-2×6 และสามารถพบความผิดปกติได้อย่างชัดเจน
ผลการตรวจวัดพบว่า กระแสไฟที่ไหลผ่านแต่ละพินมีความไม่สมดุลอย่างรุนแรง โดยพินบางส่วนแทบจะไม่มีกระแสไหลผ่านเลย ขณะที่สายไฟเพียงเส้นหนึ่งกลับต้องรับกระแสสูงถึงประมาณ 22A
เมื่อกระแสจำนวนมากถูกบังคับให้ไหลผ่านสายหรือหน้าสัมผัสเพียงจุดเดียว ความต้านทานเพียงเล็กน้อยบริเวณหน้าสัมผัสก็สามารถเปลี่ยนเป็นความร้อนจำนวนมากได้ โดยเฉพาะเมื่อการ์ด RTX 5090 สามารถใช้พลังงานในระดับหลายร้อยวัตต์
หลักการพื้นฐานคือความร้อนจากการสูญเสียในจุดเชื่อมต่อจะเพิ่มขึ้นตามกำลังสองของกระแสไฟ ดังนั้นเมื่อกระแสไหลผ่านหน้าสัมผัสบางจุดมากผิดปกติ อุณหภูมิบริเวณนั้นสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจนำไปสู่การเสื่อมสภาพของหน้าสัมผัส การเพิ่มความต้านทาน และความร้อนที่สูงขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรที่ทำให้คอนเน็กเตอร์เสียหายอย่างรวดเร็ว
คราวนี้ฝั่ง PSU เสียหายหนักกว่าฝั่งการ์ดจอ
รายละเอียดที่ผิดไปจากเหตุการณ์ RTX 5090 หลายกรณีก่อนหน้านี้คือ ความเสียหายครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างชัดเจนที่คอนเน็กเตอร์บนตัวการ์ดจอ
กลับพบว่าความเสียหาย หนักกว่าบริเวณฝั่งพาวเวอร์ซัพพลาย
สายไฟเกิดการหลอมติดอยู่ภายในคอนเน็กเตอร์ของ be quiet! Dark Power 13 จนไม่สามารถดึงออกตามปกติได้ และต้องใช้คีมช่วยในการถอดออก
ในขณะที่คอนเน็กเตอร์ฝั่ง ASUS ROG Astral RTX 5090 กลับไม่พบร่องรอยความเสียหายที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
เหตุการณ์นี้จึงแสดงให้เห็นว่าปัญหา 12V-2×6 ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะคอนเน็กเตอร์บนการ์ดจอเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณสายไฟ คอนเน็กเตอร์ และฝั่ง PSU หากเกิดความผิดปกติของการกระจายกระแส
Hardware Unboxed ยืนยันสายเสียบแน่น ไม่ได้เกิดจากเสียบไม่สุด
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ Hardware Unboxed ระบุว่าสายไฟถูกเสียบเข้ากับคอนเน็กเตอร์อย่างเต็มที่ และไม่ได้พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการเสียบสายไม่สุด
ประเด็นนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเหตุการณ์คอนเน็กเตอร์ 12VHPWR/12V-2×6 ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ มักถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการเสียบสายไม่แน่นหรือการงอสายใกล้กับคอนเน็กเตอร์
แต่ในกรณีนี้ ผู้ทดสอบยืนยันว่าการเชื่อมต่ออยู่ในสภาพที่ถูกต้อง ขณะที่อุปกรณ์ตรวจวัดกลับพบความไม่สมดุลของกระแสไฟอย่างชัดเจน
ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงเพิ่มคำถามว่าปัญหาบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับ การกระจายกระแสระหว่างพิน ความต้านทานของหน้าสัมผัส หรือความคลาดเคลื่อนของระบบเชื่อมต่อ มากกว่าปัญหาจากการติดตั้งเพียงอย่างเดียว
RTX 5090 เคยเจอปัญหาแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
เหตุการณ์ของ Hardware Unboxed ไม่ใช่กรณีแรกที่พบคอนเน็กเตอร์ของ RTX 5090 เกิดความร้อนสูงจนเสียหาย
ก่อนหน้านี้มีรายงานหลายกรณีที่คอนเน็กเตอร์ 12V-2×6 เกิดการหลอมละลาย แม้ผู้ใช้บางรายจะพยายามลดแรงดันไฟหรือจำกัด Power Limit ของ GPU แล้วก็ตาม
นั่นหมายความว่า การลดการใช้พลังงานของ GPU อาจช่วยลดความเสี่ยงได้ในบางสถานการณ์ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะป้องกันปัญหาที่เกิดจาก ความไม่สมดุลของกระแสในแต่ละพิน ได้ทั้งหมด
มีรายงานอีกกรณีที่ระบบป้องกันอุณหภูมิของ PSU จาก ASRock สามารถตรวจพบความร้อนผิดปกติและตัดการทำงานก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปถึงการ์ดจอ แสดงให้เห็นว่าระบบป้องกันของ PSU สามารถมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความเสียหายร้ายแรงได้
ถึงขั้นมีคนข้ามคอนเน็กเตอร์ด้วยการบัดกรีสายเข้ากับ PCB โดยตรง
ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ยังทำให้กลุ่ม Modder บางรายเลือกใช้วิธีสุดโต่งเพื่อหลีกเลี่ยงคอนเน็กเตอร์ 12V-2×6 โดยตรง ด้วยการ บัดกรีสายไฟเข้ากับ PCB ของการ์ดจอโดยตรง
แน่นอนว่าวิธีดังกล่าวไม่ใช่แนวทางที่ผู้ใช้ทั่วไปควรทำ เพราะเป็นการดัดแปลงฮาร์ดแวร์อย่างรุนแรง มีความเสี่ยงต่อการลัดวงจร ความเสียหายของ PCB และอาจทำให้การรับประกันสิ้นสุดลง
แต่การที่ผู้ใช้งานบางกลุ่มเลือกวิธีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่ยังคงมีอยู่กับระบบจ่ายไฟของ RTX 5090 ซึ่งเป็น GPU ที่มีการใช้พลังงานสูงมาก
ปัญหานี้อาจไม่ได้หมายความว่า 12V-2×6 “ออกแบบผิด” ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความเหตุการณ์นี้ว่า 12V-2×6 ทุกชุดมีปัญหา หรือ RTX 5090 ทุกใบจะเกิดเหตุการณ์คอนเน็กเตอร์ละลาย
การทำงานของระบบจ่ายไฟขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายส่วน ทั้งคุณภาพของคอนเน็กเตอร์ สายไฟ หน้าสัมผัส การกระจายกระแส Power Limit อุณหภูมิแวดล้อม คุณภาพ PSU และลักษณะโหลดของ GPU
แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ RTX 5090 เป็น GPU ที่สามารถดึงพลังงานในระดับสูงมาก และเมื่อมีความผิดปกติเพียงจุดเดียว เช่น หน้าสัมผัสมีความต้านทานสูงกว่าปกติ หรือกระแสถูกกระจายไปยังพินไม่เท่ากัน จุดดังกล่าวก็สามารถกลายเป็นแหล่งกำเนิดความร้อนรุนแรงได้
กรณีของ Hardware Unboxed จึงเป็นอีกหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า การตรวจสอบเฉพาะกำลังไฟรวมของ GPU อาจไม่เพียงพอ เพราะแม้พลังงานรวมจะอยู่ในระดับที่ระบบสามารถรองรับได้ แต่หากกระแสเกิดการกระจุกตัวอยู่ที่พินใดพินหนึ่ง ความร้อนเฉพาะจุดก็สามารถสูงจนเกิดความเสียหายได้
RTX 5090 ยังคงแรง แต่ระบบจ่ายไฟกลายเป็นจุดที่ต้องจับตา
RTX 5090 เป็นหนึ่งใน GPU สำหรับผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในตลาด และความต้องการพลังงานที่สูงก็เป็นผลโดยตรงจากประสิทธิภาพระดับนี้
แต่เมื่อ GPU ก้าวเข้าสู่ระดับพลังงานหลายร้อยวัตต์ ระบบจ่ายไฟก็กลายเป็นส่วนสำคัญไม่แพ้ตัว GPU เอง
กรณีล่าสุดของ Hardware Unboxed จึงเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับเจ้าของ RTX 5090 ว่า สายไฟและคอนเน็กเตอร์ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ประกอบที่มองข้ามได้ โดยเฉพาะการ์ดที่ทำงานด้วย Power Limit สูงและมีโหลดต่อเนื่องเป็นเวลานาน
สิ่งที่น่าจับตามองต่อจากนี้คือ NVIDIA และผู้ผลิต PSU จะสามารถลดความเสี่ยงจากปัญหากระแสไม่สมดุลในระบบ 12V-2×6 ได้อย่างไร และการ์ดรุ่นใหม่ในอนาคตจะเลือกใช้ระบบจ่ายไฟแบบใดเพื่อรองรับ GPU ที่มีแนวโน้มใช้พลังงานสูงขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับ RTX 5090 เหตุการณ์นี้อาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง “สายละลาย” อีกต่อไป แต่กำลังทำให้เกิดคำถามที่สำคัญกว่าเดิมว่า ระบบจ่ายไฟแบบ 12V-2×6 สามารถรองรับ GPU ระดับ 600–1,000W ได้อย่างปลอดภัยและสม่ำเสมอเพียงใด เมื่อโหลดจริงเกิดความไม่สมดุลระหว่างพิน
ที่มา: TechPowerUp



