เตือนภัย! RTX 5090 “การ์ดจอผี” ระบาดในเยอรมนี ถอด GPU และ VRAM ออกทั้งใบ แต่ขายหลักหลายหมื่นบาท
ท่ามกลางราคาการ์ดจอระดับ High-end ที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะ GeForce RTX 50 Series ของ NVIDIA การซื้อการ์ดจอมือสองกำลังกลายเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น หลังเกิดกรณี “การ์ดจอเปล่า” หรือ “Ghost GPU” ในประเทศเยอรมนี ซึ่งผู้ขายนำการ์ดจอที่ถูกถอดชิปสำคัญออกไปขายให้ผู้ซื้อโดยอ้างว่าเป็นการ์ดจอใช้งานได้จริง
กรณีล่าสุดพบผู้เสียหายอย่างน้อย 2 ราย และมีรายงานว่าทั้งสองรายอาจซื้อสินค้าจากผู้ขายรายเดียวกัน ทำให้เกิดความกังวลว่าการหลอกลวงรูปแบบนี้กำลังมีความถี่เพิ่มขึ้นในตลาดการ์ดจอมือสอง
คำว่า Ghost GPU หรือ “การ์ดจอผี” หมายถึงการ์ดที่ภายนอกยังดูเหมือนการ์ดจอปกติ แต่ภายในกลับถูกถอด GPU และชิป VRAM ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดออกไปแล้ว
เมื่อไม่มีชิปเหล่านี้ การ์ดจอย่อมไม่สามารถทำงานได้ แต่สำหรับผู้ซื้อทั่วไปแทบไม่มีทางตรวจสอบได้จากภายนอก เพราะจำเป็นต้องแกะชุดระบายความร้อนหรือเปิดการ์ดเพื่อดูบริเวณ PCB จึงจะรู้ว่าชิป GPU และหน่วยความจำยังอยู่ครบหรือไม่
เหยื่อรายแรกจ่าย RTX 5090 ถึง 1,800 ยูโร หรือราว 68,700 บาท
กรณีแรกถูกเปิดเผยโดยนักโอเวอร์คล็อกและผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์ชื่อดัง Roman “der8auer” Hartung โดยผู้เสียหายรายหนึ่งซื้อ Palit GeForce RTX 5090 GameRock OC มือสอง ในราคา 1,800 ยูโร
คิดเป็นประมาณ 68,700 บาท เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนกลางของธนาคารแห่งประเทศไทยวันที่ 8 กันยายน 2026 ที่ประมาณ 38.18 บาทต่อยูโร
ราคาดังกล่าวฟังดูน่าสนใจเมื่อเทียบกับราคาการ์ด RTX 5090 ในตลาด แต่เมื่อพิจารณาราคาการ์ดใหม่ของรุ่นเดียวกันในเยอรมนีที่เริ่มต้นประมาณ 4,999 ยูโร หรือประมาณ 190,900 บาท ช่องว่างของราคากลับกว้างผิดปกติอย่างมาก
แม้การ์ดมือสองจะมีส่วนลดจากของใหม่ แต่ส่วนต่างระดับนี้ก็ควรถือเป็นสัญญาณเตือนทันที
ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ผู้ซื้อไม่ได้ทำธุรกรรมแบบโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว แต่ถึงขั้น นัดพบผู้ขายด้วยตัวเอง เพื่อพยายามตรวจสอบการ์ดจอ
อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อไม่มีคอมพิวเตอร์สำหรับทดสอบการ์ดในสถานที่นัดรับ จึงไม่สามารถเปิดเครื่องเพื่อดูว่าการ์ดทำงานจริงหรือไม่ สุดท้ายจึงต้องเชื่อคำพูดของผู้ขาย และกลายเป็นว่าการ์ดที่ได้รับเป็นเพียงเปลือกที่ไม่มีชิปสำคัญภายใน
เหยื่อรายที่สองโดนอีก 2,250 ยูโร หรือราว 85,900 บาท
ไม่นานหลังจากนั้น สมาชิกของฟอรัม Hardwareluxx ก็ออกมาเปิดเผยกรณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
ผู้ซื้อรายนี้จ่ายเงินไปถึง 2,250 ยูโร หรือประมาณ 85,900 บาท สำหรับ “Ghost GPU” อีกหนึ่งใบ
สิ่งที่น่ากังวลคือในทั้งสองกรณี ผู้ขายมีพฤติกรรมคล้ายกัน คือพยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการขายด้วยการพูดจาเป็นมิตร และนำ ใบเสร็จหรือใบกำกับสินค้า (Invoice) มาแสดงเป็นหลักฐานว่าการ์ดจอมีที่มาอย่างถูกต้อง
ใบเสร็จจึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ใช้สร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อ
มีใบเสร็จจริง ก็ไม่ได้แปลว่าการ์ดจริง
ผู้เสียหายรายแรกได้รับ Invoice ที่ระบุว่าผู้ขายซื้อการ์ดจอมา 2 ใบ และอ้างว่าไม่จำเป็นต้องใช้อีกใบ จึงนำมาขายต่อ
แต่ภายหลังผู้ซื้อพบความผิดปกติที่สำคัญ นั่นคือ Serial Number บนตัวการ์ดไม่ตรงกับหมายเลขบนกล่อง
ในกรณีที่สอง หมายเลข Serial Number บนใบเสร็จและบนกล่องกลับตรงกัน แต่ผู้ซื้อพบว่าผู้ขาย จงใจขูด Serial Number บนตัวการ์ดออก
พฤติกรรมทั้งสองรูปแบบแสดงให้เห็นว่าการตรวจสอบเพียง Invoice และกล่องสินค้าอาจไม่เพียงพอ เพราะผู้ขายสามารถใช้เอกสารจริงจากสินค้าของตัวเองมาสร้างความน่าเชื่อถือ หรือจงใจทำให้ข้อมูลบางส่วนบนตัวการ์ดไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
ไม่ใช่แค่ RTX 5090 ที่ถูกปลอม
ปัญหา “ของปลอมแบบไม่มีชิป” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการ์ดจอเท่านั้น
ในตลาดฮาร์ดแวร์ยังเคยพบการหลอกขาย RAM เปล่า ที่มีแผงวงจรและ Heatspreader เหมือนโมดูลจริง แต่ไม่มีชิปหน่วยความจำติดอยู่
อีกวิธีหนึ่งที่เคยพบคือการนำ microSD Card ใส่เข้าไปในเปลือก SSD เพื่อทำให้สินค้าภายนอกดูเหมือน Solid-State Drive จริง ก่อนนำไปขายให้ผู้ซื้อ
จุดร่วมของการหลอกลวงทั้งหมดคือ ผู้ขายอาศัยความจริงที่ว่า ผู้ซื้อทั่วไปไม่สามารถตรวจสอบส่วนประกอบภายในได้จากภายนอก
AI Boom ยิ่งเปิดช่องให้มิจฉาชีพ
สาเหตุที่การหลอกลวงลักษณะนี้น่ากังวลมากขึ้นในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งมาจากราคาการ์ดจอระดับสูงที่ยังแพง และความต้องการฮาร์ดแวร์ AI ที่ยังแข็งแกร่ง
เมื่อผู้บริโภคต้องการ RTX 5090 หรือการ์ดรุ่นใหม่ในราคาที่ถูกกว่าตลาดอย่างมาก มิจฉาชีพจึงสามารถใช้จุดนี้เป็นเหยื่อล่อ โดยตั้งราคาต่ำผิดปกติเพื่อกระตุ้นให้ผู้ซื้อรีบตัดสินใจ
ปัญหาคือเมื่อการ์ดจอใหม่มีราคาแพงมาก ผู้ซื้อจำนวนหนึ่งอาจยอมรับความเสี่ยงจากตลาดมือสองเพื่อประหยัดเงินหลักหมื่นหรือหลายหมื่นบาท
นั่นกลายเป็นช่องว่างที่มิจฉาชีพใช้ประโยชน์
ซื้อ RTX 5090 มือสอง ต้องเช็กให้มากกว่า “มีของอยู่ในกล่อง”
สองเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาการ์ดจอมือสอง โดยเฉพาะการ์ดราคาแพงระดับ RTX 5090
การ์ดที่มีราคาต่ำกว่าตลาดอย่างมากควรถูกมองเป็น Red Flag ไม่ใช่ดีลที่ต้องรีบคว้า และการมี Invoice กล่องครบ รวมถึงผู้ขายที่พูดคุยเป็นมิตร ก็ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าการ์ดเป็นของแท้และใช้งานได้จริง
สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคือ ต้องทดสอบการ์ดก่อนจ่ายเงิน โดยติดตั้งเข้ากับเครื่องและตรวจสอบว่า GPU ถูกมองเห็นโดยระบบ สามารถรัน Benchmark หรือเกมได้ และตรวจสอบ Serial Number บนตัวการ์ดให้ตรงกับเอกสารและกล่อง
สำหรับการ์ดที่มีราคาหลักหลายหมื่นถึงเกือบสองแสนบาท การเสียเวลาทดสอบเพิ่มอีกเล็กน้อยย่อมคุ้มค่ากว่าการจ่ายเงินแล้วได้รับเพียง PCB เปล่าที่ไม่มี GPU และ VRAM
เพราะในยุคที่ GPU แพงจนกลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ผู้ซื้อไม่ได้ต้องระวังแค่ “การ์ดปลอม” อีกต่อไป แต่ต้องระวังถึงขั้น “การ์ดของจริง แต่ข้างในไม่มีชิป” กันเลยทีเดียว
ที่มา: IT Home



