เจ้าหน้าที่ชายแดนสหรัฐฯ ถูกจับ! แอบถอด CPU Intel 14th Gen จากคอมรัฐบาล 46 เครื่อง เอาไปแลก Newegg ได้เครดิตนับแสนบาท
เจ้าหน้าที่ของ U.S. Customs and Border Protection (CBP) ในรัฐเมนถูก FBI จับกุมและตั้งข้อหาหลังถูกกล่าวหาว่า ลักลอบถอดและขโมยฮาร์ดแวร์จากคอมพิวเตอร์ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ (DHS) อย่างน้อย 46 เครื่อง ก่อนนำชิ้นส่วนที่ขโมยมาไปแลกเครดิตผ่านโครงการ Trade-In ของ Newegg
ตามรายงานของ The Maine Wire ผู้ต้องหาคือ Terry “Jiajia” Liu ซึ่งทำงานเป็น Supervisor ด้าน CBP ในเมือง Calais รัฐ Maine ถูกกล่าวหาว่าถอด Intel Core 14th Gen Raptor Lake Refresh, RAM และฮาร์ดดิสก์จากคอมพิวเตอร์ของรัฐบาล แล้วนำชิ้นส่วนที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่ามาเปลี่ยนแทน
ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเครื่องเดียว แต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 46 เครื่องจากสถานที่บริเวณชายแดนรัฐเมนจำนวน 3 แห่ง
ได้คำสั่งชัดเจนว่า “ห้ามย้ายคอมพิวเตอร์หรือชิ้นส่วน”
หน้าที่อย่างเป็นทางการของ Liu จำกัดอยู่ที่งาน สนับสนุนด้าน IT และไม่ได้มีสิทธิ์เปิดหรือดัดแปลงฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์รัฐบาลตามอำเภอใจ
ก่อนหน้านี้ Theodore Cummings ผู้อำนวยการท่าเรือได้ออกคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรถึง Liu อย่างชัดเจนว่า
“Please do not move any computers or computer parts.”
หรือก็คือ “กรุณาอย่าย้ายคอมพิวเตอร์หรือชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ใด ๆ”
แต่จากหลักฐานที่ FBI รวบรวมได้ คำสั่งดังกล่าวไม่ได้หยุดการกระทำที่ถูกกล่าวหา
กล้องลับจับภาพขณะถอด CPU กลางดึก
เจ้าหน้าที่สืบสวนใช้ กล้องวงจรปิดแบบซ่อน และสามารถบันทึกภาพ Liu ขณะเปิดคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลในช่วงกะกลางคืน
ตามเอกสารคำให้การ Liu จะนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยัง ห้องฝึกอบรม ก่อนลงมือถอดเปลี่ยนฮาร์ดแวร์
หนึ่งในวิดีโอแสดงให้เห็น Liu ใช้ไขควงขูด Thermal Paste ออกจากซีพียู ก่อนถอดชิปออกและติดตั้งซีพียูอีกตัวลงไปแทน
อีกเหตุการณ์หนึ่ง กล้องจับภาพขณะที่ Liu ถอด Memory Module ออกจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง แล้วนำไปเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของตัวเอง
การตรวจสอบภายหลังพบว่า
39 เครื่อง มีการเปลี่ยน CPU
6 เครื่อง มีการเปลี่ยนโมดูล RAM
และ 8 เครื่อง มีการเปลี่ยนฮาร์ดไดรฟ์
บางเครื่องจากเดิมใช้ Intel Raptor Lake Refresh กลับถูกลดสเปกลงไปใช้ฮาร์ดแวร์เก่ากว่า และในบางกรณีถึงขั้นลดลงไปใช้ Pentium
นอกจากประสิทธิภาพของ CPU ที่ลดลงแล้ว คอมพิวเตอร์บางเครื่องยังมี RAM และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลน้อยกว่าสเปกเดิม
ไม่ได้ขายตลาดมือสอง แต่เอาไปแลก Newegg
จุดที่ทำให้คดีนี้น่าสนใจคือ Liu ไม่ได้พยายามนำซีพียูที่ขโมยมาไปขายในตลาดมือสองแบบเปิดเผย
แต่เลือกใช้วิธีที่ดูแนบเนียนกว่า นั่นคือ Newegg Trade-In Program
ผู้ตรวจสอบพบอีเมลจำนวน 13 ฉบับ ระหว่างบัญชีอีเมลส่วนตัวของ Liu กับอีเมลราชการของ CBP ซึ่งมีทั้ง Shipping Label และเอกสาร Trade-In ที่ตรงกับรุ่นของ CPU ที่หายไปจากคอมพิวเตอร์รัฐบาล
ราคา Trade-In ที่ Newegg เสนอสำหรับซีพียูที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ประมาณ 200–210 ดอลลาร์ต่อชิ้น
หรือประมาณ 6,600–6,900 บาทต่อซีพียู โดยอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 33 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงล่าสุด
ข้อมูลธุรกรรมระบุว่า Liu นำ Intel Core i7 Raptor Lake Refresh ไปแลกกับ Newegg ถึง 16 ครั้งตลอดระยะเวลา 14 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 ถึงกรกฎาคม 2026
นอกจากนี้ นักสืบยังพบรายการเครดิตจาก Newegg จำนวน 3 รายการ รายการละ 200 ดอลลาร์ ในบัญชี American Express ของ Liu
คิดเป็นประมาณ 19,800 บาท รวมกัน
มูลค่าความเสียหายอาจแตะ 3.5 ล้านบาท
รัฐบาลสหรัฐฯ ประเมินว่า หากต้องนำฮาร์ดแวร์เดิมกลับมาติดตั้งให้คอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่ถูกแก้ไข ความเสียหายด้านอุปกรณ์อยู่ที่ประมาณ 20,460 ดอลลาร์
คิดเป็นเงินไทยประมาณ 675,000 บาท
แต่ถ้ารัฐบาลต้องเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ทั้ง 46 เครื่อง ใหม่ทั้งหมดด้วยฮาร์ดแวร์ที่เทียบเท่ากับของเดิม ค่าใช้จ่ายอาจพุ่งไปถึงประมาณ 105,800 ดอลลาร์
หรือประมาณ 3.5 ล้านบาท
และตัวเลขนี้ยัง ไม่รวมค่าแรงและค่าใช้จ่ายในการตั้งค่าระบบใหม่ให้พร้อมใช้งานในสภาพแวดล้อมของรัฐบาล
ดังนั้นต้นทุนจริงของคดีอาจสูงกว่าตัวเลขดังกล่าวอีกมาก
เจ้าตัวยอมรับว่าเปลี่ยนของจริงเป็นของที่แรงน้อยกว่า
ระหว่างการสอบสวน Liu ยอมรับว่าได้นำฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพต่ำกว่าซึ่งซื้อจาก Amazon และ Newegg มาเปลี่ยนให้กับคอมพิวเตอร์ของรัฐบาล
และยังยอมรับด้วยว่าได้นำชิ้นส่วนของรัฐบาลไปเข้าโครงการ Newegg Trade-In
ในช่วงแรก Liu อ้างว่าแรงจูงใจมาจากความต้องการ ปรับปรุงประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์และลดระยะเวลาในการซ่อมบำรุง
แต่ภายหลังยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกลับทำให้ ประสิทธิภาพของเครื่องลดลง
สิ่งนี้ทำให้ข้ออ้างเรื่องการ “ปรับปรุงระบบ” เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับสภาพเครื่องที่ถูกพบในเวลาต่อมาอย่างชัดเจน
คดีนี้ไม่ได้ขโมยแค่ CPU แต่ทำให้ทั้งระบบเสื่อมประสิทธิภาพ
สิ่งที่น่ากังวลกว่ามูลค่าของ CPU ที่หายไปคือ การกระทำดังกล่าวทำให้คอมพิวเตอร์ของหน่วยงานรัฐจำนวนมากถูก Downgrade Hardware
คอมพิวเตอร์ที่เดิมใช้ Raptor Lake Refresh กลับถูกแทนที่ด้วยชิปที่เก่ากว่า และบางเครื่องถูกลดระดับไปถึง Pentium
นอกจากทำให้เครื่องทำงานช้าลงแล้ว การเปลี่ยน RAM และ Storage ยังอาจส่งผลต่อความสามารถในการรองรับงานของเจ้าหน้าที่และอายุการใช้งานของระบบโดยรวม
ที่สำคัญคือฮาร์ดแวร์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ ระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานด้านความมั่นคงและการควบคุมชายแดน
แม้ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะจะไม่ได้ระบุว่าความปลอดภัยของระบบถูกเจาะหรือข้อมูลถูกขโมย แต่การเปลี่ยนอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความเสี่ยงด้าน IT และการรักษาความปลอดภัยอย่างชัดเจน
วิธีหาเงินที่ดูธรรมดา แต่กลับถูกตรวจพบ
การนำ CPU ไปขายต่ออาจทำให้เกิดร่องรอยบนตลาดมือสองได้ง่าย แต่การใช้ Trade-In ของ Newegg ทำให้รูปแบบธุรกรรมดูเหมือนการนำฮาร์ดแวร์ส่วนตัวไปแลกเครดิตตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้ผู้ตรวจสอบสามารถเชื่อมโยง รุ่น CPU, จำนวนชิ้น, อีเมล, Shipping Label, ใบ Trade-In และข้อมูลทางการเงิน เข้าด้วยกัน จนเห็นรูปแบบที่สอดคล้องกับฮาร์ดแวร์ที่หายจากคอมพิวเตอร์รัฐบาล
นี่ทำให้คดีนี้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจว่าแม้การนำชิ้นส่วนไปผ่านระบบ Trade-In ที่ดูเหมือนถูกต้องตามกฎ ก็ยังสามารถถูกย้อนตรวจสอบได้ หากมีข้อมูลธุรกรรมมากพอ
จากคอมรัฐบาล 46 เครื่อง สู่ใบเสร็จมูลค่าหลายแสนบาท
คดีของ Liu จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเจ้าหน้าที่แอบถอด CPU ไปขาย แต่เป็นการ เปลี่ยนฮาร์ดแวร์ของรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเวลานานกว่า 1 ปี
ชิ้นส่วนที่ถูกนำออกไปถูกเปลี่ยนเป็นเครดิตจากร้านค้า ขณะที่คอมพิวเตอร์ของรัฐบาลถูกใส่ฮาร์ดแวร์ที่ด้อยกว่า
เมื่อคำนวณจากราคาประเมินความเสียหายแล้ว รัฐบาลอาจต้องใช้เงินราว 675,000 บาท เพื่อกู้คืนฮาร์ดแวร์เดิม หรือสูงถึงประมาณ 3.5 ล้านบาท หากต้องเปลี่ยนเครื่องทั้งหมด 46 เครื่อง และยังไม่รวมค่าแรง
เรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนว่า CPU, RAM และ SSD ไม่ได้เป็นแค่ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ธรรมดาอีกต่อไป เพราะเมื่ออยู่ในระบบองค์กรหรือหน่วยงานรัฐ ทุกชิ้นส่วนมีมูลค่า มี Serial Number และมีร่องรอยการซื้อขายที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
และในคดีนี้ ดูเหมือนว่าการพยายามเปลี่ยน Core i7 ให้กลายเป็นของเก่า แล้วนำของจริงไปแลกเครดิตร้านค้า จะทิ้งร่องรอยเอาไว้มากกว่าที่ผู้ต้องหาคาดคิด
ที่มา: Tom's Hardware



