ตลาด NAND เดือด! รายได้ทั่วโลกพุ่ง 70% ในไตรมาสเดียว หลังราคาชิปทะยาน 55% Samsung ยังครองแชมป์ ขณะที่ YMTC โตแรง
ตลาดหน่วยความจำ NAND Flash กำลังเผชิญกับการปรับตัวขึ้นของราคาอย่างรุนแรง หลัง Counterpoint Research เปิดเผยข้อมูลตลาด NAND Flash ประจำไตรมาส 2 ปี 2026 เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดยพบว่า รายได้ตลาด NAND ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)
ปัจจัยหลักไม่ได้มาจากยอดการจัดส่งที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ราคาขาย NAND ที่เพิ่มขึ้นถึง 55% QoQ ส่งผลให้รายได้รวมของตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการเติบโต 70% ใน Q2 2026 ถือว่าชะลอตัวลงจากไตรมาสแรก ซึ่งตลาด NAND เคยเติบโตถึง 90% QoQ แต่ก็ยังถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงมาก และสะท้อนว่าตลาดหน่วยความจำยังอยู่ในช่วงที่อุปทานตึงตัวและราคายังคงปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Samsung ยังครองแชมป์ NAND ด้วยส่วนแบ่ง 28%
ในด้านผู้ผลิต Samsung Electronics ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด NAND Flash ได้อย่างเหนียวแน่น โดยมีส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 28% ใน Q2 2026
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวลดลงเล็กน้อยจาก 29% ใน Q1 2026 และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ Samsung เคยครองส่วนแบ่งสูงถึง 31%
แม้ส่วนแบ่งจะลดลง แต่ Samsung ยังคงมีรายได้จากตลาด NAND สูงที่สุด และยังทิ้งห่างผู้ผลิตอันดับสองอย่างมีนัยสำคัญ
อันดับสองคือ SK hynix ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด 19% เพิ่มขึ้นจาก 18% ในไตรมาสก่อนหน้า
เมื่อรวมสองบริษัทเข้าด้วยกัน Samsung และ SK hynix มีส่วนแบ่งตลาด NAND รวมถึง 47% ของรายได้ทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าตลาดยังคงถูกครอบครองโดยผู้ผลิตรายใหญ่จากเกาหลีใต้เป็นหลัก
Micron ขยับขึ้นอันดับ 3 หลังราคาขายพุ่ง
Micron เป็นอีกบริษัทที่ทำผลงานโดดเด่นในไตรมาสนี้ โดยมีส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 15% จาก 13% ใน Q1 2026
นั่นทำให้ Micron ครองอันดับ 3 ของตลาด NAND ได้อย่างชัดเจน
Counterpoint ระบุว่าการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจาก ราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รายได้ของ Micron เติบโตมากกว่าที่ส่วนแบ่งตลาดจากปริมาณการจัดส่งเพียงอย่างเดียวอาจสะท้อนได้
การเพิ่มขึ้นจาก 13% เป็น 15% ในเวลาเพียงหนึ่งไตรมาสถือเป็นการขยับที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาด NAND กำลังได้รับแรงกดดันด้านราคาอย่างหนัก
YMTC ทำได้ดีกว่าคาด ขยับขึ้นมา 14%
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของรายงานครั้งนี้คือ Yangtze Memory Technologies Co. (YMTC) ผู้ผลิต NAND จากจีน ซึ่งสามารถทำรายได้และส่วนแบ่งตลาดได้สูงกว่าที่ Counterpoint คาดการณ์ไว้
YMTC มีส่วนแบ่งรายได้ 14% ใน Q2 2026 เพิ่มขึ้นจาก 12% ใน Q4 2025 และยังคงรักษาระดับเดียวกับ Q1 2026
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ YMTC ขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับ Kioxia ซึ่งมีส่วนแบ่ง 14% เช่นกัน
การที่ YMTC สามารถรักษาส่วนแบ่งในระดับดังกล่าวได้ ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตามองสำหรับอุตสาหกรรม NAND เพราะจีนกำลังพยายามเพิ่มขีดความสามารถด้านเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ และ YMTC เป็นหนึ่งในบริษัทหลักที่มีบทบาทในห่วงโซ่การผลิตหน่วยความจำของจีน
Kioxia ทรงตัว ส่วน SanDisk ลดลง
Kioxia ยังคงมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 14% ใน Q2 2026 เท่ากับไตรมาสก่อนหน้า
ขณะที่ SanDisk มีส่วนแบ่งลดลงจาก 13% ใน Q1 2026 เหลือ 11% ใน Q2
หากดูย้อนหลัง จะเห็นว่าส่วนแบ่งของ SanDisk เคยอยู่ที่ 12% ใน Q4 2025 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 13% ใน Q1 2026 และลดลงอีกครั้งในไตรมาสล่าสุด
อย่างไรก็ตาม การลดลงของส่วนแบ่งไม่ได้หมายความว่ารายได้ของบริษัทลดลงโดยตรง เพราะตลาด NAND ทั้งหมดกำลังเติบโตอย่างรุนแรงจากราคาที่เพิ่มขึ้น
ราคาพุ่ง 55% ดันรายได้ตลาดโต 70%
ประเด็นที่สำคัญที่สุดจากรายงานของ Counterpoint คือ ราคาขาย NAND เพิ่มขึ้นถึง 55% QoQ
เมื่อนำไปประกอบกับการขยายตัวของตลาด ทำให้รายได้ NAND ทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 70%
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนโครงสร้างของตลาดหน่วยความจำในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ แม้ปริมาณการผลิตหรือการจัดส่งอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกับรายได้ แต่เมื่อราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รายได้ของผู้ผลิตก็สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตลาดหน่วยความจำแสดงให้เห็นการฟื้นตัวผ่านราคาขาย เพราะก่อนหน้านี้ตลาด DRAM ก็เผชิญกับแรงกดดันด้านราคาอย่างรุนแรงจากความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI และ Data Center
NAND กำลังได้รับแรงกดดันจากตลาด AI เช่นกัน
การเพิ่มขึ้นของราคา NAND ต้องพิจารณาในบริบทเดียวกับตลาดหน่วยความจำโดยรวม
การขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้ผู้ผลิตหน่วยความจำต้องจัดสรรกำลังการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงกว่า ขณะที่ความต้องการ Storage และ SSD สำหรับ Data Center รวมถึงระบบ AI ก็ยังคงเพิ่มขึ้น
เมื่ออุปสงค์เพิ่มขึ้นในขณะที่ผู้ผลิตไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างรวดเร็ว ราคาจึงสามารถปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง
ตัวเลข 55% QoQ จึงถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าตลาด NAND ใน Q2 2026 ไม่ได้อยู่ในภาวะการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงเหมือนช่วงที่มีอุปทานล้นตลาดอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนเข้าสู่ภาวะที่ผู้ผลิตมีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้น
ตารางส่วนแบ่งตลาด NAND ย้อนหลัง
| ผู้ผลิต | Q2 2025 | Q3 2025 | Q4 2025 | Q1 2026 | Q2 2026 |
|---|---|---|---|---|---|
| Samsung | 31% | 31% | 27% | 29% | 28% |
| SK hynix | 20% | 18% | 22% | 18% | 19% |
| Micron | 13% | 12% | 12% | 13% | 15% |
| Kioxia | 14% | 16% | 15% | 14% | 14% |
| SanDisk | 11% | 12% | 12% | 13% | 11% |
| YMTC | 11% | 10% | 12% | 14% | 14% |
จากตารางจะเห็นว่า Samsung ยังคงเป็นผู้นำ แต่ส่วนแบ่งลดลงจาก 31% ในช่วงกลางปี 2025 มาอยู่ที่ 28% ใน Q2 2026
ขณะที่ Micron เป็นบริษัทที่มีการเพิ่มส่วนแบ่งชัดเจนที่สุดในไตรมาสล่าสุด จาก 13% เป็น 15%
ส่วน YMTC มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจาก 10% ใน Q3 2025 มาอยู่ที่ 14% ในปัจจุบัน
สรุป
ตลาด NAND Flash Q2 2026 กำลังเข้าสู่ช่วงที่น่าจับตามองอย่างมาก หลัง Counterpoint Research พบว่ารายได้ตลาดทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 70% QoQ โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาขาย NAND ที่พุ่งขึ้นถึง 55% QoQ
แม้การเติบโตจะชะลอลงจาก Q1 2026 ที่ตลาดโตถึง 90% แต่ระดับการเติบโตยังถือว่าสูงมาก และสะท้อนภาวะราคาหน่วยความจำที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง
Samsung ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่ง 28% ตามด้วย SK hynix 19% และ Micron 15% ขณะที่ Kioxia และ YMTC ครองส่วนแบ่งเท่ากันที่ 14% และ SanDisk อยู่ที่ 11%
สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือ YMTC ที่ทำรายได้สูงกว่าที่ Counterpoint คาดการณ์ไว้ และสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดระดับ 14% ได้ต่อเนื่อง
หากราค NAND ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ผลิตหน่วยความจำ แต่มีโอกาสส่งต่อไปยัง SSD, PC, Notebook, Server และระบบ Data Center ในท้ายที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการ Storage สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ที่มา: Counterpoint



