Intel 18A เริ่มพลิกเกม! ต้นทุนผลิตลด 40% Yield ดีขึ้นต่อเนื่อง Wildcat Lake ขายหมดเกลี้ยง ส่วน Nova Lake เตรียมใช้ 18A-P เปิดตัว CES 2027
Intel เริ่มแสดงให้เห็นความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูธุรกิจผลิตชิปอย่างเป็นรูปธรรม หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 โดยเปิดเผยว่ากระบวนการผลิต Intel 18A มีต้นทุนลดลงประมาณ 40% จากไตรมาสแรก ขณะที่ Intel 3 มีต้นทุนลดลงประมาณ 15% พร้อมอัตราผลผลิต (Yield) ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดพีซีเผชิญแรงกดดันจากราคา RAM และ SSD ที่เพิ่มขึ้น แต่ธุรกิจซีพียูเซิร์ฟเวอร์กลับเติบโตอย่างรวดเร็วจากความต้องการของดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ทำให้ Intel ต้องปรับการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่ เพื่อเพิ่มจำนวนชิป Xeon ให้ทันกับคำสั่งซื้อ
อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าสนใจคือ ซีพียูสำหรับลูกค้าทั่วไปที่ผลิตด้วย Intel 18A ปัจจุบันสร้างรายได้เกือบหนึ่งในสามของรายได้ธุรกิจ Client CPU แล้ว เพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 5% ในไตรมาสแรกของปี 2026 สะท้อนว่ากระบวนการผลิต 18A เริ่มมีบทบาทสำคัญต่อผลิตภัณฑ์จริงของ Intel มากขึ้น
Intel 18A ลดต้นทุน 40% ส่วน Intel 3 ลดลง 15%
Dave Zinsner ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Intel เปิดเผยระหว่างการประชุมผลประกอบการว่า ต้นทุนการผลิตของ Intel 3 และ Intel 18A ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี
ตัวเลขสำคัญประกอบด้วย
-
Intel 3: ต้นทุนการผลิตลดลงประมาณ 15% จากไตรมาสแรก
-
Intel 18A: ต้นทุนการผลิตลดลงประมาณ 40% จากไตรมาสแรก
-
Intel 18A Yield: อัตราผลผลิตเพิ่มขึ้นในระดับสองหลักเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
-
Wafer Output: ปริมาณเวเฟอร์ที่ผลิตได้ของทั้ง Intel 3 และ 18A สูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทวางไว้
การลดต้นทุนดังกล่าวมาจากหลายปัจจัย ทั้ง Yield ที่ดีขึ้น ระยะเวลาการผลิตต่อเวเฟอร์ (Cycle Time) ที่ลดลง และการใช้กำลังการผลิตของโรงงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับ Intel 18A การพัฒนา Yield ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะกระบวนการผลิตระดับสูงมีต้นทุนต่อเวเฟอร์สูง หากผลิตชิปออกมาแล้วมีจำนวนชิปที่ผ่านมาตรฐานน้อย ต้นทุนของชิปที่ใช้งานได้จริงก็จะสูงตามไปด้วย
เมื่อ Yield เพิ่มขึ้น บริษัทจะสามารถผลิตชิปที่ผ่านเกณฑ์ได้มากขึ้นจากเวเฟอร์หนึ่งแผ่น ทำให้ต้นทุนต่อชิปลดลง และช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ Intel Foundry
Intel ระบุว่า Yield ของ 18A กำลังพัฒนาเข้าสู่ระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และทำได้ดีกว่าแผนที่บริษัทประเมินไว้ก่อนหน้านี้
Wildcat Lake ยอดขายพุ่ง 70% ในไตรมาสเดียว สินค้าที่ผลิตได้ขายหมดแล้ว
ความคืบหน้าของ Intel 18A ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซีพียูระดับสูง เพราะ Wildcat Lake ซึ่งเป็นซีพียูประหยัดต้นทุนสำหรับโน้ตบุ๊กรุ่นเริ่มต้นและคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ก็ได้รับความต้องการสูงกว่าที่ Intel คาดการณ์ไว้
Zinsner เปิดเผยว่า ยอดจัดส่งชิป Wildcat Lake เพิ่มขึ้นประมาณ 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันถูกจำหน่ายหมดแล้ว
Wildcat Lake เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ Intel ใช้แสดงศักยภาพของกระบวนการผลิต 18A ในตลาดผู้บริโภค โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ต้องควบคุมต้นทุนและประหยัดพลังงาน แทนที่จะมุ่งเน้นเฉพาะซีพียูระดับสูงสำหรับเกมมิ่งหรือเวิร์กสเตชัน
ขณะเดียวกัน Intel ระบุว่า สัดส่วนรายได้จาก Client CPU ที่ผลิตบน 18A เพิ่มจากต่ำกว่า 5% ในไตรมาสแรก มาอยู่ที่เกือบหนึ่งในสามในไตรมาส 3
อย่างไรก็ตาม การที่ Wildcat Lake ขายหมดไม่ได้หมายความว่ายอดขายซีพียูทุกกลุ่มของ Intel กำลังเติบโต เพราะธุรกิจ Client Computing โดยรวมยังได้รับผลกระทบจากตลาดพีซีที่อ่อนตัวและปัญหาหน่วยความจำขาดแคลน
Intel ปรับกำลังการผลิตใน Oregon หันไปผลิตชิปเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น
อีกประเด็นสำคัญจากการประชุมผลประกอบการคือ Intel กำลังปรับการจัดสรรกำลังการผลิตภายในโรงงานที่รัฐ Oregon ประเทศสหรัฐฯ โดยจะนำกำลังการผลิตบางส่วนไปใช้กับกระบวนการ Intel 3 เพื่อรองรับความต้องการซีพียูเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มขึ้น
David Zinsner อธิบายว่า กำลังการผลิต 18A บางส่วนที่กำลังถูกปรับออกจากแผนเดิมนั้น เดิมทีมีเป้าหมายสำหรับผลิตชิป Panther Lake ซึ่งเป็นซีพียูโน้ตบุ๊กเจเนอเรชันใหม่
เมื่อความต้องการตลาดพีซีอ่อนตัวลง Intel จึงมองเห็นโอกาสในการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่ เพื่อเพิ่มจำนวนเวเฟอร์สำหรับผลิตภัณฑ์ดาต้าเซ็นเตอร์แทน
แนวทางนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะ Intel กำลังเผชิญสถานการณ์ที่ลูกค้าต้องการซีพียูเซิร์ฟเวอร์มากกว่าปริมาณที่บริษัทสามารถส่งมอบได้
อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่แค่กำลังการผลิตเวเฟอร์เท่านั้น เพราะ Intel ยังเผชิญข้อจำกัดด้าน Substrate หรือวัสดุรองรับและเชื่อมต่อชิป ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Advanced Packaging โดยเฉพาะเทคโนโลยี EMIB ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ระดับสูง
ดังนั้น แม้จะเพิ่มกำลังการผลิตชิปได้ แต่หากไม่มี Substrate และกำลังการผลิตด้านแพ็กเกจที่เพียงพอ ก็ยังไม่สามารถเพิ่มจำนวนซีพียูที่ส่งมอบให้ลูกค้าได้เต็มที่
Clearwater Forest เริ่มส่งมอบสร้างรายได้แล้ว ส่วน Diamond Rapids มาในปี 2027
ฝั่งธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ Intel กำลังเดินหน้าใช้กระบวนการผลิตรุ่นใหม่เพื่อแข่งขันในตลาด AI และดาต้าเซ็นเตอร์ โดย Lip-Bu Tan ซีอีโอของบริษัท ยืนยันว่า Clearwater Forest ซึ่งเป็นซีพียูเซิร์ฟเวอร์รุ่นแรกที่ใช้กระบวนการผลิต Intel 18A เริ่มจัดส่งให้ลูกค้าและรับรู้รายได้แล้ว
Clearwater Forest ใช้สถาปัตยกรรม Darkmont E-Core จำนวนมาก เน้นระบบเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการจำนวนคอร์สูงและประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่เหมาะสมกับงาน AI และดาต้าเซ็นเตอร์
Intel ระบุว่าความต้องการ Clearwater Forest ในปี 2027 มีแนวโน้มสูงมาก โดยเฉพาะระบบแบบ CPU-Dense และ Rack-scale Infrastructure ที่ใช้ซีพียูจำนวนมากร่วมกัน เพื่อรองรับงาน AI Agent ซึ่งต้องทำงานหลายขั้นตอนและมีการประมวลผลต่อเนื่อง
ส่วนผลิตภัณฑ์รุ่นถัดไปมีแผนดังนี้
| ผลิตภัณฑ์ | กระบวนการผลิต | กำหนดการ |
|---|---|---|
| Granite Rapids | Intel 3 | วางจำหน่ายแล้ว |
| Clearwater Forest | Intel 18A | เริ่มจัดส่งและรับรู้รายได้แล้ว |
| Diamond Rapids | Intel 18A-P | วางแผนเพิ่มกำลังส่งมอบในปี 2027 |
| Coral Rapids | Intel 14A | คาดการณ์เปิดตัวในปี 2028 |
สำหรับ Diamond Rapids ซีพียูเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ที่ใช้ Intel 18A-P ขณะนี้เริ่มส่งตัวอย่างให้ลูกค้าทดสอบแล้ว และยังอยู่ในแผนเพิ่มกำลังการผลิตในปี 2027 โดย Intel มองว่ามีความสนใจจากลูกค้าในงาน AI Inference และ AI Agent เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ Coral Rapids จะเป็นผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้กระบวนการผลิต Intel 14A ในปี 2028 ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของแผนพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตชิปของบริษัท
Intel 18A-P เตรียมใช้กับ Nova Lake เพิ่มประสิทธิภาพ 9% หรือประหยัดไฟ 18%
ในตลาดพีซี ผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ Nova Lake ซึ่ง Intel ยืนยันว่าจะเป็นซีพียู Client รุ่นแรกที่ใช้กระบวนการผลิต Intel 18A-P
ความคืบหน้าจาก Lip-Bu Tan ระบุว่า Nova Lake กำลังพัฒนาได้เร็วกว่าแผน และบริษัทคาดว่าจะได้รับ Design Wins จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์มากกว่า Panther Lake ถึง 2 เท่าในช่วงเปิดตัว
Intel เตรียมเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของ Nova Lake ในงาน CES เดือนมกราคม 2027
สำหรับ Intel 18A-P เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก 18A โดย Intel เปิดเผยข้อมูลทางเทคนิคอย่างเป็นทางการในงาน VLSI Symposium 2026 ว่า 18A-P มีข้อได้เปรียบดังนี้
-
ประสิทธิภาพสูงขึ้น 9% เมื่อใช้พลังงานเท่ากับ Intel 18A
-
ใช้พลังงานลดลง 18% เมื่อทำงานที่ประสิทธิภาพเท่ากัน
-
ปรับปรุงคุณสมบัติด้านการระบายความร้อนและความต้านทานของเส้นทางเชื่อมต่อภายในชิป
-
เพิ่มตัวเลือกการออกแบบทรานซิสเตอร์ เพื่อให้ผู้พัฒนาสามารถเลือกสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้พลังงานได้ดีขึ้น
การปรับปรุงนี้มีความสำคัญกับซีพียูรุ่นใหม่ เพราะช่วยให้ Intel สามารถเพิ่มประสิทธิภาพหรือควบคุมการใช้พลังงานได้ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่โหนดใหม่ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 9% และ 18% เป็นการเปรียบเทียบคุณสมบัติของกระบวนการผลิต 18A-P กับ 18A ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ ไม่ใช่การรับประกันว่า Nova Lake จะเร็วกว่า Panther Lake 9% หรือประหยัดพลังงานกว่า 18% ในทุกการใช้งาน
ลือ Nova Lake อาจใช้ Intel 18A-P ร่วมกับ TSMC N2P
อีกหนึ่งประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงคือรูปแบบการผลิต Nova Lake ซึ่งอาจใช้กระบวนการผลิตแบบผสมระหว่าง Intel Foundry และ TSMC
ข่าวลือในตลาดระบุว่า Intel อาจใช้ Intel 18A-P สำหรับ SoC Tile และเลือกใช้ TSMC N2P สำหรับ Compute Tile ซึ่งเป็นแนวทางการผลิตแบบ Multi-Foundry ที่ช่วยให้บริษัทเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชิปแต่ละส่วนได้
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังไม่มีการยืนยันจาก Intel และยังมีข้อสงสัยว่าทำไมบริษัทจึงเลือกใช้กระบวนการผลิต 18A-P กับ SoC Tile แทนที่จะใช้กับ Compute Tile ซึ่งเป็นส่วนที่มีคอร์ประมวลผลหลัก
จึงยังไม่ควรสรุปว่า Nova Lake จะใช้รูปแบบการผลิตดังกล่าวจริง จนกว่า Intel จะเปิดเผยรายละเอียดสถาปัตยกรรมและกระบวนการผลิตอย่างเป็นทางการ
Intel 14A เริ่มส่ง PDK 0.9 ให้ลูกค้าแล้ว
นอกจาก 18A และ 18A-P Intel ยังเดินหน้าเตรียมกระบวนการผลิตรุ่นถัดไปอย่าง Intel 14A โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ส่งมอบ PDK 0.9 ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือสำหรับออกแบบชิปให้กับลูกค้าภายนอกบางรายแล้ว
PDK หรือ Process Design Kit เป็นชุดข้อมูลและเครื่องมือที่ลูกค้าจำเป็นต้องใช้ในการออกแบบชิปให้สอดคล้องกับกระบวนการผลิตของโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นกฎการออกแบบ รายละเอียดทรานซิสเตอร์ และข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบการทำงานของวงจร
Lip-Bu Tan ระบุว่า PDK 0.9 ที่ส่งมอบมีคุณภาพและผ่านเกณฑ์ด้าน Yield และประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่อุตสาหกรรมคาดหวังในขั้นตอนดังกล่าว
ความคืบหน้านี้ถือเป็นอีกสัญญาณว่า Intel ต้องการผลักดันธุรกิจ Foundry ให้สามารถรับงานผลิตจากบริษัทภายนอกได้จริง ไม่ใช่พึ่งพาผลิตภัณฑ์ภายในบริษัทเพียงอย่างเดียว
Intel กำลังเปลี่ยนตัวเองจากผู้ผลิต CPU สู่ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI
ภาพรวมจากผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนว่า Intel กำลังปรับสมดุลธุรกิจครั้งสำคัญ แม้ตลาดพีซีจะอ่อนตัวจากราคา RAM และ SSD ที่สูงขึ้น แต่ธุรกิจซีพียูเซิร์ฟเวอร์กลับมีความต้องการเพิ่มขึ้นมากจนกำลังการผลิตตามไม่ทัน
บริษัทจึงเลือกใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่ให้สอดคล้องกับตลาดมากขึ้น พร้อมเร่งเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต Intel 3 และ 18A เพื่อลดต้นทุนต่อชิปและเพิ่ม Yield
ในระยะสั้น Wildcat Lake และ Panther Lake จะเป็นตัวแทนของการขยายผลิตภัณฑ์ Client บน 18A ส่วน Nova Lake จะเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่นำ 18A-P มาใช้ ขณะที่ฝั่งดาต้าเซ็นเตอร์มี Clearwater Forest และ Diamond Rapids เป็นหัวหอกในการแข่งขันกับ AMD และสถาปัตยกรรม Arm
สรุป: Intel เริ่มเห็นผลจากการลงทุนด้านโรงงานและกระบวนการผลิตรุ่นใหม่อย่างชัดเจน โดย Intel 18A ลดต้นทุนลง 40% และ Yield ดีขึ้นในระดับสองหลัก ขณะที่ Wildcat Lake มียอดจัดส่งเพิ่มขึ้น 70% ในไตรมาสเดียวและสินค้าที่มีอยู่ขายหมดแล้ว ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ Clearwater Forest เริ่มสร้างรายได้ ส่วน Diamond Rapids เตรียมใช้ 18A-P ในปี 2027 และ Nova Lake จะนำเทคโนโลยีเดียวกันเข้าสู่ตลาดพีซีในปีหน้า ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ Intel ต้องพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีการผลิตของตัวเองสามารถแข่งขันได้ทั้งด้านประสิทธิภาพ ต้นทุน และกำลังการผลิต
ที่มา: TrendForce



