AMD Radeon RX 9070 GRE โอเวอร์คล็อกทะลุ 3.9GHz! แรงกว่าความถี่ Boost เดิมเกือบ 40% ใช้การ์ดเดิม ไม่เปลี่ยน BIOS ไม่ต้องเปลี่ยนชุดระบายความร้อน
วงการโอเวอร์คล็อกการ์ดจอกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังนักโอเวอร์คล็อกชื่อ ShrimpBrime สมาชิก TechPowerUp Forum สามารถดันความถี่ GPU ของ AMD Radeon RX 9070 GRE ขึ้นไปแตะ 3.9GHz ได้สำเร็จ โดยใช้การ์ด XFX Radeon RX 9070 GRE Swift รุ่นปกติ ไม่ได้ดัดแปลง VBIOS ไม่ได้ติดตั้งระบบระบายความร้อนพิเศษ และไม่มีการปรับเปลี่ยนฮาร์ดแวร์บนตัวการ์ด
ความถี่ดังกล่าวสูงกว่าค่า Boost Clock อย่างเป็นทางการของ AMD ที่กำหนดไว้สูงสุด 2,790MHz หรือ 2.79GHz ประมาณ 40% ถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจสำหรับ GPU สถาปัตยกรรม RDNA 4
อย่างไรก็ตาม การโอเวอร์คล็อกครั้งนี้มีข้อจำกัดสำคัญ เพราะใช้โปรแกรมทดสอบที่สร้างขึ้นเฉพาะด้วย DirectX 9 ซึ่งเป็นภาระงานกราฟิกที่ค่อนข้างเบา ไม่ใช่การเล่นเกมหรือทดสอบ Benchmark หนัก ๆ และหลังจากบันทึกภาพผลทดสอบแล้ว ไดรเวอร์การ์ดจอเกิดปัญหาและรีเซตตัวเองในเวลาต่อมา
ใช้เครื่องมือ R-Team OC และ GPU Frequency Generator ที่พัฒนาขึ้นเอง
ShrimpBrime เป็นนักโอเวอร์คล็อกที่พัฒนาเครื่องมือสำหรับปรับแต่งและตรวจสอบการทำงานของการ์ดจอ Radeon โดยเฉพาะ 2 โปรแกรม ได้แก่ R-Team OC (RTOC) และ GPU Frequency Generator
เครื่องมือ RTOC ใช้สำหรับปรับแต่งและตรวจสอบค่าการทำงานของ GPU ส่วน GPU Frequency Generator เป็นโปรแกรมทดสอบที่สร้างขึ้นบน DirectX 9 เพื่อกำหนดภาระงานกราฟิกให้เหมาะกับการทดลองความถี่สูง
สิ่งที่น่าสนใจคือการทดลองครั้งนี้ใช้ XFX Radeon RX 9070 GRE Swift ซึ่งเป็นการ์ดจอที่ยังคงสภาพจากโรงงาน ไม่มีการแฟลช BIOS หรือเปลี่ยนระบบระบายความร้อนเป็นชุดน้ำหรือไนโตรเจนเหลวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ผู้พัฒนายังสามารถทำความถี่ประมาณ 3.85GHz ซ้ำได้หลายครั้ง รวมถึงทดลองปรับแต่งผ่านระบบ Overclocking ภายใน AMD Radeon Software เองด้วย
สร้างภาระงาน 4.19 ล้านสามเหลี่ยมต่อเฟรม แต่ไม่ได้หนักสำหรับ GPU รุ่นใหม่
เบื้องหลังการทำความถี่ 3.9GHz คือการสร้างฉาก 3D แบบง่ายด้วย DirectX 9 โดยกำหนดให้แต่ละ Draw Call ประมวลผลรูปสามเหลี่ยมจำนวน 2,048 รูป และเรียก Draw Call ทั้งหมด 2,048 ครั้งต่อเฟรม
เมื่อคำนวณรวมกันจะได้จำนวนสามเหลี่ยมทั้งหมด 4,194,304 รูป หรือประมาณ 4.19 ล้านรูปต่อเฟรม
แม้ตัวเลขจะดูสูง แต่สำหรับการ์ดจอสมัยใหม่ ภาระงานลักษณะนี้ถือว่าเบามากเมื่อเทียบกับเกม 3D ที่มีการคำนวณ Shader ซับซ้อน การติดตามแสง Ray Tracing และการประมวลผลเอฟเฟกต์กราฟิกจำนวนมาก
จุดประสงค์ของโปรแกรมจึงไม่ใช่การวัดประสิทธิภาพในการเล่นเกม แต่เป็นการสร้างสถานการณ์ที่ช่วยให้ GPU รักษาความถี่สูงไว้ได้ โดยไม่ต้องรับภาระการประมวลผลหนักจนเกิดข้อจำกัดด้านพลังงานหรืออุณหภูมิเสียก่อน
ผู้พัฒนาระบุว่าความถี่ใกล้ 3.9GHz สามารถรักษาไว้ได้ภายใต้ภาระงานดังกล่าวช่วงหนึ่ง ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่พุ่งขึ้นชั่วขณะจากการอ่านค่า Telemetry แต่หลังจากบันทึกภาพผลการทดลอง ไดรเวอร์เกิดอาการ Crash ก่อนจะกู้คืนการทำงานกลับมาได้
ตรวจสอบความถี่จากหลายเครื่องมือ ป้องกันตัวเลขคลาดเคลื่อน
เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการทดลอง ShrimpBrime เปรียบเทียบค่าความถี่จากหลายแหล่ง ได้แก่ GPU-Z, HWiNFO64 และข้อมูล Telemetry ผ่านอินเทอร์เฟซ ADL และ ADLX ของ AMD
เครื่องมือ RTOC สามารถอ่านข้อมูล Monitoring ที่แชร์อยู่ในระบบได้ทุก 2 มิลลิวินาที แต่ข้อมูล Telemetry ด้านการจัดการพลังงานชุดใหม่จะได้รับการอัปเดตประมาณทุก 15.5 มิลลิวินาที
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรระวังเกี่ยวกับค่าที่เรียกว่า GFXCLK เพราะเป็นตัวเลขความถี่ที่ได้รับจากไดรเวอร์ ไม่จำเป็นต้องตรงกับ Effective Clock หรือความถี่ที่ GPU ทำงานจริงในทุกช่วงเวลา
ดังนั้น แม้จะมีการตรวจสอบจากหลายเครื่องมือและพบค่าที่สอดคล้องกัน แต่ก็ยังไม่ควรนำตัวเลข 3.9GHz ไปตีความว่าเป็นความถี่ประมวลผลจริงที่ GPU สามารถรักษาไว้ได้ตลอดเวลาในทุกประเภทงาน
3.9GHz สูงกว่า Boost Clock โรงงานเกือบ 40%
ข้อมูลสเปกอย่างเป็นทางการจาก AMD ระบุว่า Radeon RX 9070 GRE มี Game Clock อยู่ที่ 2,220MHz และ Boost Clock สูงสุด 2,790MHz
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับค่าความถี่ 3,900MHz จากการทดลอง จะได้ความแตกต่างดังนี้
| รายการ | ความถี่ |
|---|---|
| AMD Game Clock | 2,220MHz |
| AMD Boost Clock | 2,790MHz |
| ความถี่ที่ทำได้ในการทดลอง | 3,900MHz |
| สูงกว่า Boost Clock | ประมาณ 39.8% |
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าชิป RDNA 4 ยังมีช่องว่างด้านความถี่ให้ทดลองอีกมากภายใต้สภาวะที่เหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่าการ์ดทุกใบจะสามารถทำได้ถึงระดับเดียวกัน เพราะความสามารถในการโอเวอร์คล็อกขึ้นอยู่กับคุณภาพของชิป ระบบจ่ายไฟ อุณหภูมิ และข้อจำกัดของแต่ละตัวอย่าง
ไม่ได้ทำให้เล่นเกมเร็วขึ้น 40% และยังไม่ใช่ความเสถียรสำหรับใช้งานจริง
ประเด็นสำคัญที่สุดของการทดลองนี้คือ การเพิ่มความถี่ GPU จาก 2.79GHz ไปเป็น 3.9GHz ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพการเล่นเกมจะเพิ่มขึ้น 40%
เนื่องจากโปรแกรมที่ใช้สร้างภาระงานมีความต้องการประมวลผลค่อนข้างต่ำ และไม่ได้สะท้อนภาระงานจริงของเกมสมัยใหม่ ซึ่งมีทั้ง Shader, Texture, Memory Bandwidth และระบบจัดการพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ การที่ไดรเวอร์เกิด Crash และ Recovery หลังการทดสอบยังแสดงให้เห็นว่าการโอเวอร์คล็อกระดับนี้ไม่ได้มีเสถียรภาพเพียงพอสำหรับใช้งานต่อเนื่อง
การทดลองจึงมีคุณค่าในฐานะการสำรวจขีดจำกัดด้านความถี่ของสถาปัตยกรรม RDNA 4 มากกว่าจะเป็นการปรับแต่งที่ผู้ใช้ทั่วไปควรนำไปทำตาม
สรุป: Radeon RX 9070 GRE สามารถแสดงค่าความถี่ GPU ได้สูงถึง 3.9GHz ด้วยเครื่องมือ R-Team OC และ GPU Frequency Generator บนการ์ด XFX รุ่นเดิม โดยไม่ต้องเปลี่ยน BIOS หรือชุดระบายความร้อน แต่ใช้ภาระงาน DirectX 9 ที่ค่อนข้างเบา และเกิดไดรเวอร์ล้มเหลวหลังการบันทึกผล จึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าการ์ดสามารถรักษาความถี่ดังกล่าวระหว่างเล่นเกมจริงได้ สิ่งที่พิสูจน์ได้ในตอนนี้คือชิป RDNA 4 ยังมีพื้นที่สำหรับการทดลองโอเวอร์คล็อกที่น่าสนใจมากกว่าค่าความถี่จากโรงงาน
ที่มา: TechPowerUp



