ความทะเยอทะยานด้านหุ่นยนต์ของ Tesla เสี่ยงจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–จีน เหตุห่วงโซ่อุปทานพึ่งพาจีนอย่างหนัก
แม้ Tesla จะเดินหน้าผลักดันเทคโนโลยีหุ่นยนต์อย่างจริงจัง โดยเฉพาะโครงการ Optimus humanoid robot ที่ Elon Musk วางให้เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัทในอนาคต แต่รายงานล่าสุดชี้ว่า ความทะเยอทะยานด้านหุ่นยนต์ของ Tesla กำลังอยู่บน “เส้นบาง ๆ” จากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง สหรัฐอเมริกาและจีน
สาเหตุสำคัญมาจาก ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของ Tesla ที่พึ่งพาประเทศจีนในระดับสูง วัสดุสำคัญ ชิ้นส่วนหลัก รวมถึงซัพพลายเออร์จำนวนมากสำหรับการผลิตหุ่นยนต์ ล้วนกระจุกตัวอยู่ในจีน ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ แม่เหล็กถาวร เซนเซอร์ รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่จำเป็นต่อการพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะ
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า หากความตึงเครียดด้านการค้า เทคโนโลยี หรือมาตรการควบคุมการส่งออกระหว่างสหรัฐฯ และจีนรุนแรงขึ้น อาจส่งผลโดยตรงต่อ
-
ต้นทุนการผลิตของ Tesla
-
ความต่อเนื่องของการจัดหาชิ้นส่วน
-
แผนการขยายกำลังการผลิตหุ่นยนต์ Optimus ในเชิงพาณิชย์
แม้ Tesla จะพยายามกระจายความเสี่ยงด้วยการย้ายฐานการผลิตบางส่วนกลับสหรัฐฯ หรือหาซัพพลายเออร์จากประเทศอื่น แต่ในความเป็นจริง จีนยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์และชิ้นส่วนขั้นสูง โดยเฉพาะในด้าน ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Robotics Supply Chain) ที่จีนมีทั้งกำลังการผลิต ปริมาณ และต้นทุนที่แข่งขันได้ยาก
นักวิเคราะห์มองว่า หุ่นยนต์ของ Tesla แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้า เพราะต้องพึ่งพาชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนสูงและซัพพลายเชนเฉพาะทางมากกว่า หากเกิดการจำกัดการค้าหรือการตอบโต้ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ อาจทำให้แผนการนำหุ่นยนต์ Optimus ออกสู่ตลาดในวงกว้างต้องล่าช้า หรือมีต้นทุนสูงกว่าที่ Tesla คาดการณ์ไว้
ในระยะยาว อนาคตของธุรกิจหุ่นยนต์ Tesla จึงไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ความก้าวหน้าทาง AI หรือวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ยังผูกพันอย่างใกล้ชิดกับ สมดุลอำนาจทางการค้าและเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตายของแผนธุรกิจนี้ได้
ที่มา: Tom's Hardware



