ByteDance-Alibaba-Tencent แห่สั่งการ์ดจอ AI NVIDIA RTX PRO 5500 กว่า 3 ล้านใบ มูลค่าทะลุ 1.19 ล้านล้านบาท! แต่ NVIDIA เตือนอาจส่งของได้แค่ 5–10%
NVIDIA กำลังเผชิญกับคำสั่งซื้อชิปประมวลผล AI จากจีนที่สูงเกินกว่ากำลังการผลิตจะรองรับได้ หลัง ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok, Alibaba และ Tencent สั่งซื้อการ์ดจอ NVIDIA RTX PRO 5500 รวมกันมากกว่า 3 ล้านใบ คิดเป็นมูลค่าตามราคาที่รายงานไว้มากกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.19 ล้านล้านบาท
รายงานจาก Reuters เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีจีนทั้งสามแห่งกำลังเร่งจัดหาฮาร์ดแวร์ NVIDIA เพื่อเพิ่มกำลังประมวลผล AI โดยเฉพาะงาน Inference ซึ่งเป็นขั้นตอนที่โมเดล AI นำสิ่งที่ฝึกมาแล้วไปใช้งานจริง เช่น การตอบคำถามของแชตบอต การสร้างเนื้อหา และการประมวลผลคำสั่งจาก AI Agent
แม้ RTX PRO 5500 จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าชิปเร่งความเร็ว AI ระดับดาต้าเซ็นเตอร์อย่าง H200 และ B300 แต่กลับกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับบริษัทจีน ภายใต้ข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ
ปัญหาสำคัญคือ NVIDIA แจ้งลูกค้าและพันธมิตรว่า บริษัทไม่สามารถรับประกันการส่งมอบคำสั่งซื้อทั้งหมดได้ โดยอาจจัดสรรสินค้าให้ได้เพียง 5–10% ของปริมาณที่ลูกค้าร้องขอ ขณะที่บริษัทคาดว่าจะผลิต RTX PRO 5500 ได้ทั่วโลกไม่เกิน 3 ล้านใบในปี 2027
ทำไมบริษัทจีนถึงยอมสั่งการ์ดจอใบละเกือบ 400,000 บาท?
RTX PRO 5500 เป็น GPU สำหรับเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพที่ใช้สถาปัตยกรรม NVIDIA Blackwell โดยออกแบบมาเพื่อรองรับงานกราฟิก การจำลองทางฟิสิกส์ การประมวลผล AI และงาน AI Agent ที่ต้องจัดการคำสั่งหลายขั้นตอน
ข้อมูลจาก NVIDIA ระบุว่า GPU รุ่นนี้มีหน่วยความจำ GDDR7 ECC ขนาด 84GB แบนด์วิดท์หน่วยความจำ 1,398GB/s และใช้พลังงานสูงสุดได้ถึง 600W ตามสเปกเบื้องต้นที่เผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัท
หากใช้ราคาต่อใบประมาณ 11,400 ดอลลาร์สหรัฐตามรายงาน หรือราว 387,600 บาท ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 34 บาทต่อดอลลาร์ การสั่งซื้อเพียง 100 ใบก็มีมูลค่าประมาณ 38.76 ล้านบาทแล้ว
เมื่อพิจารณาความจุหน่วยความจำ 84GB ต่อการ์ด ก็จะเห็นว่าผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับงานที่ต้องการเก็บโมเดล AI และข้อมูลจำนวนมากไว้ในหน่วยความจำของ GPU อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมของการ์ดจอแต่ละรุ่นขึ้นอยู่กับประเภทโมเดล ขนาดข้อมูล และประสิทธิภาพที่ต้องการด้วย
ข้อจำกัดส่งออกทำให้ RTX PRO 5500 กลายเป็นทางเลือกสำคัญของจีน
ก่อนหน้านี้ บริษัทจีนหลายแห่งเคยพึ่งพาชิป NVIDIA ระดับสูงสำหรับสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI แต่ข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ ทำให้การจัดหาผลิตภัณฑ์บางรุ่นทำได้ยากขึ้น
รายงานระบุว่า GPU สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์อย่าง Blackwell B300 ยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดการส่งออกไปยังลูกค้าจีน ขณะที่การส่งมอบ Hopper H200 ต้องได้รับการพิจารณาและอนุญาตเป็นรายกรณี
เมื่อทางเลือกของชิป AI ระดับสูงมีจำกัด บริษัทจีนจึงหันมาให้ความสนใจกับ RTX PRO 5500 มากขึ้น แม้ตัวการ์ดจะมีวัตถุประสงค์หลักสำหรับเวิร์กสเตชัน ไม่ใช่การเป็นชิปเร่งความเร็วสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่โดยตรง
เหตุผลคือการประมวลผล Inference ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรในระดับเดียวกับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่เสมอไป โดยเฉพาะงานให้บริการแชตบอตและการสร้างคำตอบ ซึ่งสามารถกระจายภาระงานไปยัง GPU หลายใบได้
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่า RTX PRO 5500 สามารถทดแทน H200 หรือ B300 ได้ทุกประเภทงาน เพราะยังมีความแตกต่างด้านสถาปัตยกรรม ประสิทธิภาพ และการออกแบบสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ
จีนสั่งรวมเกิน 6 ล้านใบ แต่ NVIDIA ผลิตทั่วโลกได้เพียง 3 ล้านใบ
ข้อมูลที่ Reuters รายงานระบุว่า คำสั่งซื้อจากลูกค้าในจีนอาจมีจำนวนรวมมากกว่า 6 ล้านใบ ซึ่งมากกว่ากำลังการผลิต RTX PRO 5500 ที่ NVIDIA คาดว่าจะทำได้ทั่วโลกในปี 2027 ถึงสองเท่า
ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่จำนวนสินค้าที่จะจัดส่งจริง แต่สะท้อนว่าความต้องการจากจีนสูงกว่ากำลังการผลิตที่คาดการณ์ไว้มาก
หาก NVIDIA สามารถผลิตได้สูงสุดเพียง 3 ล้านใบทั่วโลก บริษัทก็ต้องแบ่งจัดสรรสินค้าให้ลูกค้าหลายตลาด ทั้งบริษัทจีน ผู้ให้บริการเวิร์กสเตชัน และองค์กรที่ต้องการใช้ GPU สำหรับงาน AI และกราฟิกระดับมืออาชีพ
ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่า NVIDIA กำลังเตรียมให้แพลตฟอร์ม Rubin รุ่นถัดไปมีบทบาทสำคัญในการผลิตสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในปี 2027 ซึ่งอาจทำให้กำลังการผลิตที่เหลือสำหรับ RTX PRO 5500 ถูกจำกัดมากขึ้น
RTX PRO 5500 อาจเป็นสินค้าขาดตลาด แม้ราคาแตะเกือบ 400,000 บาท
เมื่อทั้งความต้องการและข้อจำกัดด้านกำลังผลิตเกิดขึ้นพร้อมกัน RTX PRO 5500 อาจกลายเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ยากในตลาดจีน
แม้ราคาประมาณ 387,600 บาทต่อใบจะสูงมากเมื่อเทียบกับการ์ดจอเกมมิ่งทั่วไป แต่สำหรับองค์กรที่ต้องการเพิ่มกำลังประมวลผล AI และมีข้อจำกัดในการจัดหาชิปดาต้าเซ็นเตอร์ระดับสูง การซื้อ GPU ที่เข้าถึงได้มากกว่าอาจเป็นทางเลือกที่ยอมรับได้ หากต้นทุนต่อปริมาณงานยังสมเหตุสมผล
อย่างไรก็ตาม ราคา 11,400 ดอลลาร์เป็นตัวเลขที่มีการรายงาน ไม่ใช่ราคาขายปลีกอย่างเป็นทางการที่ NVIDIA ยืนยัน และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าราคานี้รวมภาษี ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบแล้วหรือไม่
สรุป: AI จีนยังต้องการ NVIDIA แต่ปัญหาใหญ่คือหาซื้อให้ได้
คำสั่งซื้อ RTX PRO 5500 ของ ByteDance, Alibaba และ Tencent ที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 1.19 ล้านล้านบาท สะท้อนว่าบริษัทจีนยังมีความต้องการฮาร์ดแวร์ NVIDIA อย่างมาก แม้จะเผชิญข้อจำกัดการส่งออกจากสหรัฐฯ
ในอีกด้านหนึ่ง NVIDIA ต้องบริหารกำลังการผลิตที่มีจำกัด และยังต้องจัดสรรทรัพยากรให้ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ด้วย ทำให้ไม่สามารถรับประกันว่าจะส่งมอบสินค้าตามยอดสั่งซื้อทั้งหมดได้
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ NVIDIA จะจัดสรร RTX PRO 5500 ให้ตลาดจีนได้มากน้อยเพียงใด และบริษัทจีนจะเลือกเดินหน้าซื้อ GPU ของ NVIDIA ต่อไป หรือเร่งหันไปใช้ชิป AI ที่พัฒนาภายในประเทศมากขึ้น เพื่อรับมือกับข้อจำกัดด้านอุปทานในระยะยาว
ที่มา: TrendForce



