วงการเซมิคอนดักเตอร์เผชิญวิกฤตใหม่! CO2 ความบริสุทธิ์สูงเริ่มขาดแคลน เสี่ยงกระทบการผลิตชิป AI
อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ หลังมีรายงานว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ความบริสุทธิ์สูง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในกระบวนการผลิตชิปขั้นสูง เริ่มเข้าสู่ภาวะขาดแคลน ท่ามกลางกำลังการผลิตที่ลดลงและความไม่แน่นอนของตลาดน้ำมันโลก
รายงานจาก The Elec ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตชิป AI, หน่วยความจำ HBM และชิปขั้นสูงในช่วงหลายเดือนข้างหน้า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
หลังวิกฤตก๊าซ WF6 ล่าสุด CO2 ก็กำลังตึงตัว
ก่อนหน้านี้ อุตสาหกรรมชิปเพิ่งเผชิญปัญหาการขาดแคลน Tungsten Hexafluoride (WF6) ซึ่งเป็นก๊าซสำคัญสำหรับกระบวนการผลิตชิปและแพ็กเกจจิ้งขั้นสูง หลังจีนจำกัดการส่งออกทังสเตนจนส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตก๊าซในญี่ปุ่น
ล่าสุด ปัญหาได้ลุกลามมายัง CO2 ความบริสุทธิ์สูง ซึ่งมีบทบาทสำคัญไม่แพ้กันในสายการผลิตเซมิคอนดักเตอร์
ใช้ทำความสะอาดเวเฟอร์ในกระบวนการผลิต
CO2 ความบริสุทธิ์สูงถูกนำมาใช้ในขั้นตอนการทำความสะอาดเวเฟอร์ (Wafer Cleaning) ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญของการผลิตชิปสมัยใหม่
โดย CO2 สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งในรูปแบบของเหลวและก๊าซ ได้แก่
- ละลายคราบสารตกค้างบนแผ่นเวเฟอร์
- กำจัดสิ่งปนเปื้อนภายในโครงสร้างของชิป
- ช่วยทำความสะอาดอนุภาคขนาดเล็กในชั้นวงจรที่ซับซ้อน
กระบวนการเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตชิปประสิทธิภาพสูง เช่น HBM, 3D NAND และชิปสำหรับงาน AI
โรงกลั่นน้ำมันผลิตลดลง กระทบซัพพลาย
CO2 ที่ใช้ในอุตสาหกรรมชิปไม่ได้ผลิตขึ้นโดยตรง แต่เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น
- โรงกลั่นน้ำมัน
- โรงงานปิโตรเคมี
- โรงงานผลิตไฮโดรเจน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้โรงงานปิโตรเคมีหลายแห่งในเกาหลีใต้ลดอัตราการเดินเครื่อง ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังสร้างความไม่แน่นอนต่อการจัดหาน้ำมันดิบ ส่งผลให้ปริมาณ CO2 ที่ผลิตได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ผู้บริหารของบริษัทผู้จัดจำหน่ายก๊าซรายหนึ่งเปิดเผยว่า
"เราไม่สามารถจัดส่งได้ตามความต้องการของลูกค้า เพราะวัตถุดิบมีไม่เพียงพอ และแทบไม่มีวิธีเพิ่มกำลังการผลิตได้ในระยะสั้น"
Samsung และ SK Hynix เริ่มใช้สต๊อกสำรอง
รายงานระบุว่า Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างมีการสำรอง CO2 ไว้สำหรับการผลิตประมาณ 2 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ปัจจุบัน ปริมาณสต๊อกของทั้งสองบริษัทลดลงจนต่ำกว่าระดับที่เคยมีรวมกันประมาณ 1 เดือน
โดยมีการประเมินว่า
- Samsung ใช้ CO2 ความบริสุทธิ์สูงประมาณ 1,800-2,000 ตันต่อเดือน
- SK Hynix ใช้ประมาณ 600-700 ตันต่อเดือน
แม้สายการผลิตของทั้งสองบริษัทจะยังดำเนินงานได้ตามปกติ แต่หากการขาดแคลนยืดเยื้อ ก็อาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตและแพ็กเกจจิ้งของชิปขั้นสูงได้
อาจดันราคาชิป AI สูงขึ้นอีก
นักวิเคราะห์มองว่า หากปัญหาซัพพลาย CO2 ไม่คลี่คลายในเร็ววัน อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อาจเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้ต้องรับมือกับปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบหลายชนิด
โดยเฉพาะในช่วงที่ความต้องการชิป AI และหน่วยความจำ HBM ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญอย่าง CO2 อาจทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และส่งผลให้ราคาชิป รวมถึงผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ที่มา: Wccftech



