ช่วงปลายเดือนที่แล้ว kopite7kimi ได้คาดการณ์รายชื่อซีพียูเดสก์ท็อป “Nova Lake-S” รุ่นปลดล็อก (K-series) ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต โดยกระแสการคาดเดาในเวลานั้นชี้ไปที่ Intel กำลังเตรียมผลิตภัณฑ์เพื่อเข้าแข่งขันกับซีพียูเกมมิ่งของ AMD ที่ได้รับความนิยมสูง ซึ่งเสริมด้วยเทคโนโลยี 3D V-Cache
ข้อมูลหลุดล่าสุดระบุว่า มีเพียงซีพียูเจเนอเรชันใหม่ในตระกูล “Core Ultra 400K-series” เท่านั้นที่จะได้ใช้งาน Big Last Level Cache (bLLC) ขนาดใหญ่ โดยในรุ่นที่ใช้โครงสร้าง dual compute tile อาจมีแคชรวมสูงสุดถึง 288MB
ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์ว่าโมเดลระดับ รองเรือธง (sub-flagship) จะมาพร้อมการจัดวางคอร์แบบ 2× (8+12) รวมเป็น 40 คอร์ + 4 คอร์ LPE แต่ล่าสุดนักปล่อยข้อมูลอีกรายได้ออกมาให้รายละเอียดที่มีการปรับเล็กน้อย
เมื่อวานนี้ Haze (หรือ Haze2K1) ได้ยืนยันข้อมูลที่เคยหลุดมาก่อนหน้านี้เป็นส่วนใหญ่ แต่ระบุว่าซีพียู Nova Lake-S รุ่นปลดล็อกที่แรงเป็นอันดับสอง จะมีจำนวน P-Core น้อยลง ทำให้จำนวนคอร์รวมลดลงเหลือ 42 คอร์ (รวม P-Core, E-Core และ LPE-Core) โดยในสเปกใหม่นี้ แต่ละ compute tile จะมี P-Core เพียง 7 คอร์ แทนที่จะเป็น 8 คอร์
ตามข้อมูลดังกล่าว มีเพียงรุ่น เรือธงตัวจริง เท่านั้นที่จะได้ใช้โครงสร้าง 2× (8+16) compute tile ซึ่งจะทำให้มีจำนวนคอร์รวมสูงสุดถึง 52 คอร์
2× (8+16) → 48 คอร์ + 4 LPE Core พร้อม bLLC 288MB
2× (7+12) → 38 คอร์ + 4 LPE Core พร้อม bLLC 288MB
(8+16) → 24 คอร์ + 4 LPE Core พร้อม bLLC 144MB
(8+12) → 20 คอร์ + 4 LPE Core พร้อม bLLC 144MB
แม้ทั้งหมดจะยังเป็นเพียงข้อมูลคาดการณ์และข่าวหลุด แต่ภาพรวมสะท้อนว่า Intel กำลังวางตำแหน่ง Nova Lake-S / Core Ultra 400K ให้เป็นคู่แข่งตรงกับซีพียูเกมมิ่งระดับท็อปของ AMD โดยใช้กลยุทธ์ คอร์จำนวนมาก + แคชขนาดใหญ่ เป็นจุดขายหลักในเจเนอเรชันถัดไป
โครงสร้างผลิตภัณฑ์ “Core Ultra 400” รุ่นปลดล็อก (ตามการคาดการณ์ล่าสุด)
(จำนวน P-Core ถูกปรับลดลงจากข้อมูลปลายเดือนพฤศจิกายน)
ที่มา: TechPowerUp



