ซีอีโอ Gigabyte แนะ NVIDIA ควรจัดสรร GPU ตามรายได้ต่อหน่วยความจำ (GB) ในยุค GDDR7 ขาดแคลน
คำถามเรื่องปริมาณการ์ดจอ RTX 50 ของ NVIDIA ตอนนี้ผูกอยู่กับ “คอขวดเดียว” คือ ความพร้อมของหน่วยความจำ GDDR7 โดย NVIDIA ยืนยันกับสื่อว่า ความต้องการ GeForce ยังสูงมาก แต่ซัพพลายหน่วยความจำมีจำกัด และการส่งมอบการ์ดทุกรุ่นยังดำเนินต่อไป
ในงาน CES 2026 Eddie Lin ซีอีโอของ Gigabyte อธิบายแนวคิดง่าย ๆ ว่า NVIDIA อาจเลือกจัดสรรการผลิตอย่างไรเมื่อหน่วยความจำมีจำกัด นั่นคือ
ให้ความสำคัญกับการ์ดที่ทำรายได้ต่อกิกะไบต์ (GB) ของ VRAM ได้สูงกว่า
และลดสัดส่วนการผลิตรุ่นที่สร้างรายได้น้อยต่อหน่วยความจำเท่ากัน
Lin ยกตัวอย่างตัวเลขให้เห็นภาพ:
-
การ์ด $300 / 8GB = รายได้ประมาณ $37.5 ต่อ GB
-
การ์ด $400 / 8GB = รายได้ประมาณ $50 ต่อ GB
-
การ์ด $500 / 16GB = รายได้ประมาณ $31.25 ต่อ GB
(ยังไม่รวมต้นทุนบอร์ด)
เขาอธิบายว่า NVIDIA ไม่สามารถผลิตเฉพาะรุ่นบนหรือรุ่นล่างอย่างเดียวได้ แต่สามารถแบ่งตลาดเป็นหลายเซ็กเมนต์ เช่น 1–5 แล้วโฟกัสที่กลุ่ม 1, 3 และ 5 มากกว่า ส่วนกลุ่ม 2 และ 4 จะลดสัดส่วน เพราะสร้างรายได้ต่อ GB ของหน่วยความจำน้อยกว่า
“พวกเขาจะคำนวณว่าทุกเซ็กเมนต์ทำรายได้ต่อกิกะไบต์ของหน่วยความจำได้เท่าไร”
— Eddie Lin
Lin ยังยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า การ์ด $300 อย่าง RTX 5060 ทำรายได้ประมาณ $35 ต่อ GB ขณะที่การ์ด $400 แบบ 8GB ทำได้ถึง $50 ต่อ GB ส่วนการ์ด $500 ที่มี 16GB จะเหลือเพียงราว $32 ต่อ GB ซึ่งต่ำกว่า
โดยสรุป นี่สอดคล้องกับข่าวลือก่อนหน้านี้ว่า NVIDIA ให้ความสำคัญกับรุ่นที่คุ้มค่าทางรายได้ต่อหน่วยความจำมากกว่า และดูเหมือนว่าบริษัทจะ “รับฟัง”แนวคิดนี้จริง
อีกประเด็นสำคัญคือ Gigabyte ยังได้รับ หน่วยความจำที่มากับ GPU โดยตรงจาก NVIDIA (memory bundling) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการต้องไปซื้อ GDDR7 ในตลาดเสรีที่ราคาผันผวนและหายาก
ทั้งนี้ แนวคิดนี้ยังไม่ใช่แผนงานอย่างเป็นทางการแบบแยกรายรุ่นจาก NVIDIA แต่เป็นมุมมองของผู้บริหารพันธมิตร ผนวกกับคำยืนยันจาก NVIDIA ว่า “ปัญหาซัพพลายเกิดจากหน่วยความจำ”
ยังชี้ว่า ตัวเลขทั้งหมดอิงจาก MSRP ซึ่งในความเป็นจริง โดยเฉพาะ RTX 5090 ราคาขายปัจจุบันสูงกว่าราคาตั้งเกือบเท่าตัว นั่นหมายความว่ารายได้ต่อ GB ของรุ่นบนอาจสูงกว่าที่คำนวณไว้มากด้วย
ที่มา: VideoCardz



