ดราม่าประกัน SSD ในฮ่องกง! ผู้ใช้ร้องเรียน SSD Samsung 870 EVO เสีย แต่รอเคลมนานกว่า 6 เดือน อาจได้เงินคืนไม่กี่สิบดอลลาร์ฮ่องกง
เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการไอทีฮ่องกง หลังผู้ใช้งานรายหนึ่งออกมาร้องเรียนผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการเคลม SSD รุ่น Samsung 870 EVO 1TB ที่จัดจำหน่ายโดยบริษัท Xander โดยระบุว่าได้รับแจ้งจากศูนย์บริการว่าอาจต้องรอการดำเนินการนานกว่า 6 เดือน และหากผู้ผลิตไม่มีสินค้าทดแทน ก็จะใช้วิธีคืนเงินตามมูลค่าเสื่อมราคาแทน
ปัญหาดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก เนื่องจาก SSD ที่ส่งเคลมเหลือระยะเวลาประกันอีกเพียงไม่กี่เดือนจากระยะเวลารับประกันรวม 5 ปี ทำให้หากคำนวณตามสูตรค่าเสื่อมที่กำหนด ผู้ใช้จะได้รับเงินคืนเพียงไม่กี่สิบดอลลาร์ฮ่องกงเท่านั้น
ศูนย์บริการแจ้งปัญหาขาดแคลน RAM, HDD และ SSD ทั่วโลก
ผู้ร้องเรียนได้เผยแพร่ภาพประกาศจากศูนย์บริการของ Xander ซึ่งระบุว่าอุตสาหกรรม RAM, HDD และ SSD กำลังเผชิญกับภาวะสินค้าขาดแคลนทั่วโลก และคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2028
ประกาศระบุว่า ผู้ผลิตหลายรายแจ้งปัญหาการขาดแคลนอะไหล่และสินค้าสำหรับเปลี่ยนทดแทน ส่งผลให้กระบวนการอนุมัติและจัดหาสินค้าสำหรับงานเคลมล่าช้าอย่างมาก โดยบางกรณีอาจต้องรอนานเกินกว่า 6 เดือน
นอกจากนี้ หากผู้ผลิตไม่สามารถจัดหาสินค้าสภาพดีสำหรับเปลี่ยนให้ลูกค้าได้ จะดำเนินการคืนเงินแบบหักค่าเสื่อมราคาแทน
อีกหนึ่งเงื่อนไขที่ถูกพูดถึงคือ เมื่อศูนย์บริการรับสินค้าเข้าสู่ระบบแล้ว จะถือว่าเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและซ่อมของผู้ผลิตทันที และไม่สามารถขอรับสินค้าคืนระหว่างดำเนินการได้
ผู้บริโภคตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมของการคืนเงิน
เจ้าของ SSD มองว่าการคำนวณเงินคืนตามระยะเวลาที่ใช้งานหรือระยะเวลาประกันที่เหลืออยู่ เป็นแนวทางที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะในกรณีที่สินค้าเสียภายในระยะเวลารับประกันอย่างถูกต้อง
เขาระบุว่าแนวทางดังกล่าวอาจกลายเป็นช่องทางให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายหลีกเลี่ยงภาระการรับประกัน ด้วยการอ้างเหตุผลเรื่องสินค้าขาดตลาด ก่อนเปลี่ยนจากการเปลี่ยนสินค้าหรือซ่อมแซมเป็นการคืนเงินในจำนวนที่ต่ำมากแทน
วิจารณ์การตรวจสอบสินค้าไม่ละเอียด
นอกจากประเด็นเรื่องการเคลมแล้ว ผู้ใช้งานยังวิจารณ์ขั้นตอนการตรวจสอบของช่างภายในศูนย์บริการว่าไม่ละเอียดเพียงพอ
ตามคำกล่าวอ้างของผู้ใช้ ช่างเพียงตรวจสอบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถบูตเข้าสู่ระบบได้ ก็สรุปทันทีว่า SSD อยู่ในสภาพปกติและไม่มีปัญหา
อย่างไรก็ตาม เจ้าของเครื่องยืนยันว่าระหว่างการใช้งานจริง คอมพิวเตอร์มีอาการค้างและรีสตาร์ตเองเป็นประจำ แต่เมื่อถอด SSD ลูกดังกล่าวออกจากระบบ ปัญหาทั้งหมดก็หายไปทันที
เขาจึงตั้งข้อสงสัยว่าศูนย์บริการอาจไม่ต้องการดำเนินกระบวนการเคลมที่ซับซ้อน จึงเลือกสรุปว่าสินค้าไม่มีปัญหาและให้ลูกค้านำกลับไปใช้งานต่อ
เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงในวงการไอทีฮ่องกง โดยเฉพาะในมุมของการรับประกันสินค้าและสิทธิของผู้บริโภค เมื่อสินค้ายังอยู่ในระยะประกันแต่กลับต้องเผชิญกับกระบวนการเคลมที่ยาวนาน และอาจได้รับเงินชดเชยในจำนวนที่ไม่สอดคล้องกับมูลค่าของสินค้า
ที่มา: HKEPC
แปลข้อความ
ประกาศสำคัญ
เนื่องจากอุตสาหกรรมหน่วยความจำ (RAM), ฮาร์ดดิสก์ (HDD) และโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) ประสบปัญหาไม่สามารถผลิตได้ทันตามความต้องการ ส่งผลให้เกิดภาวะสินค้าขาดแคลนทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2028
จากการแจ้งเตือนของทางโรงงานผู้ผลิตแต่ละราย เนื่องจากสถานการณ์ขาดแคลนสินค้าที่รุนแรงมาก ส่งผลให้การดำเนินการคำร้องขอซ่อมแซมหรือเคลมสินค้าล่าช้ากว่ากำหนดอย่างมาก ในขณะนี้คำร้องขอซ่อมแซมที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการมีระยะเวลารอคอยนานที่สุดเกินกว่าครึ่งปีแล้ว หากทางโรงงานผู้ผลิตไม่มีสินค้าสภาพดี (สินค้าเปลี่ยนทดแทน) ทางบริษัทจะดำเนินการจัดสรรคืนเงินตามสัดส่วนการเสื่อมสภาพ (Depreciated Refund) แทนทั้งหมด
โปรดทราบ! เมื่อศูนย์บริการของเราเสร็จสิ้นขั้นตอนการรับเครื่องแทนโรงงานผู้ผลิตแล้ว จะถือว่าสินค้าได้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของโรงงานหรือรอคิวซ่อมแซมทันที ไม่สามารถขอยกเลิกเพื่อนำสินค้ากลับคืนกลางคันได้



