Project Firefly ถูกเปิดเผยว่าเป็นแนวทางใหม่ของ Intel สำหรับลดต้นทุนการผลิตโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิป Wildcat Lake หรือ Core Series 3 โดยเน้นการทำให้ผู้ผลิตสามารถสร้างแล็ปท็อปได้ง่ายและถูกลงในระดับ Mass Production
รายงานจาก Golden Pig Upgrade Pack ระบุว่า Project Firefly ไม่ได้มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพซีพียูโดยตรง แต่เน้นปรับปรุงกระบวนการออกแบบและการผลิตโน้ตบุ๊กให้มีมาตรฐานมากขึ้น
แนวคิดหลักคือการนำองค์ประกอบจากซัพพลายเชนสมาร์ตโฟนของจีนมาใช้มากขึ้น เช่น ชิ้นส่วนที่มีความพร้อมสูง บอร์ดขนาดเล็ก และอินเทอร์เฟซมาตรฐานที่สามารถใช้ร่วมกันได้ในหลายดีไซน์
วิธีนี้ช่วยให้ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กลดต้นทุนการออกแบบ ลดความซับซ้อนในการประกอบ และเร่งเวลาเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น
Sam Gao ผู้บริหารจาก Intel Client Computing Group ได้สาธิต Reference Design รุ่น A+ ภายใต้ Project Firefly โดยมาพร้อมดีไซน์ “Clean D” และตัวเครื่องบางเพียง 11.x มิลลิเมตร
จึงชัดเจนว่า Firefly ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นเพียงโน้ตบุ๊กราคาประหยัดทั่วไป แต่ยังคงเน้นความบางเบาและดีไซน์ระดับพรีเมียม
สำหรับ Wildcat Lake เองถูกวางตำแหน่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโน้ตบุ๊กราคาย่อมเยา โดย Core 5 320 รองรับหน่วยความจำแบบ Single-Channel พร้อมรองรับ LPDDR5X-7467 หรือ DDR5-6400
ตัวชิปยังมาพร้อม iGPU ขนาด 2 Xe Core มีค่า Base Power 15W และ Max Turbo Power 35W
ข้อกังวลหลักของแพลตฟอร์มนี้ยังคงเป็นการใช้หน่วยความจำ Single-Channel ซึ่งอาจกระทบประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับระบบ Dual-Channel
อย่างไรก็ตาม Intel พยายามชดเชยข้อจำกัดนี้ด้วยการรองรับ LPDDR5X ความเร็วสูงถึง 7467 MT/s ซึ่งช่วยเพิ่มแบนด์วิดท์ได้ดีกว่าโน้ตบุ๊กราคาประหยัดรุ่นเก่าที่ใช้ DDR4
ปัจจุบันโน้ตบุ๊ก Wildcat Lake เริ่มทยอยเปิดตัวในจีนแล้วจากหลายแบรนด์ เช่น Honor, ASUS และ HP โดยหลายรุ่นมาพร้อม RAM 16GB และ SSD 512GB
ขณะที่ CHUWI ก็เปิดตัว UniBook ในราคาเริ่มต้นประมาณ 14,900 บาท แต่ลดสเปก RAM เหลือ 8GB
รายงานยังระบุว่าโน้ตบุ๊กรุ่นแรกที่อยู่ภายใต้โครงการ Firefly จะเป็น Lenovo Lecoo Air 14 ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างสำคัญของแนวทางใหม่ Intel ในตลาดโน้ตบุ๊กบางเบาราคาประหยัด
ที่มา: VideoCardz



