AMD กินรวบตลาด CPU! ยอดขาย AM4 ทะลุ 13,100 ตัวในเดือนเดียว ครองส่วนแบ่งเกือบ 38% แม้อายุแพลตฟอร์มเกือบ 10 ปี ส่วน Ryzen 7 9800X3D ยังขายดีที่สุด
แพลตฟอร์มเก่าที่หลายคนคิดว่ากำลังจะหมดอนาคต กลับยังขายดีอย่างไม่น่าเชื่อ หลังข้อมูลยอดขายซีพียูบน Amazon US ประจำเดือนตุลาคม 2026 เผยให้เห็นว่า AMD AM4 ยังคงได้รับความนิยมอย่างมาก แม้เปิดตัวมาเกือบ 10 ปีแล้ว โดยมียอดขายสูงถึงประมาณ 13,100 ตัวในเดือนเดียว คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดประมาณ 37.75% หรือเกือบ 38%
ขณะที่แพลตฟอร์มรุ่นใหม่อย่าง AM5 ยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขาย 15,100 ตัว หรือ 43.52% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเลือกซื้อซีพียู AMD ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลดังกล่าวมาจาก TechEpiphanyYT ซึ่งรวบรวมสถิติยอดขายซีพียูจาก Amazon US ก่อนที่ Wccftech จะนำมารายงาน โดยตัวเลขนี้เป็นยอดจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์ในสหรัฐฯ ไม่ใช่สถิติยอดขายทั่วโลก
AM4 อายุเกือบ 10 ปี แต่ยังขายได้เดือนละกว่า 13,000 ตัว
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ AM4 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ AMD เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 ยังคงมีฐานผู้ใช้งานแข็งแกร่ง แม้ปัจจุบันจะมี AM5 เข้ามาทำตลาดแทนแล้วก็ตาม
ยอดขายเดือนตุลาคมแสดงให้เห็นว่า AM4 ทำได้ประมาณ 13,100 ตัว ตามหลัง AM5 ที่ขายได้ 15,100 ตัวเพียง 2,000 ตัวเท่านั้น
สาเหตุสำคัญมาจากการที่ AM4 รองรับซีพียูหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่ Ryzen 1000 Series ไปจนถึง Ryzen 5000 Series ทำให้ผู้ใช้งานสามารถอัปเกรดประสิทธิภาพเครื่องได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดและหน่วยความจำใหม่ทั้งหมด
โดยเฉพาะผู้ที่ยังใช้เมนบอร์ด AM4 อยู่ การเปลี่ยนจาก Ryzen รุ่นเก่าไปเป็น Ryzen 5000 Series จึงเป็นวิธีเพิ่มประสิทธิภาพที่ประหยัดกว่าการย้ายไปแพลตฟอร์มใหม่ทั้งชุด
AMD ขาย CPU มากกว่า Intel หลายเท่า
เมื่อมองภาพรวมยอดขายของทั้งสองค่าย AMD ยังคงทิ้งห่าง Intel อย่างชัดเจน
ข้อมูลชุดหลักระบุว่าเดือนตุลาคม AMD จำหน่ายซีพียูได้ประมาณ 28,200 ตัว คิดเป็น 81.27% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่ Intel ทำได้ประมาณ 6,500 ตัว หรือ 18.73%
สำหรับฝั่ง Intel แพลตฟอร์ม LGA 1700 ซึ่งรองรับซีพียู Core Gen 12, 13 และ 14 ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ขายดีที่สุดของบริษัท ด้วยยอดประมาณ 5,350 ตัว
ส่วน LGA 1851 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ Arrow Lake กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าที่คาดหวัง โดยมียอดขายในชุดข้อมูลหลักต่ำกว่า LGA 1700 อย่างมาก
ที่น่าสังเกตคือผู้บริโภคยังคงเลือกซื้อซีพียู Intel รุ่นเก่า โดยเฉพาะกลุ่มที่รองรับเมนบอร์ด DDR4 ซึ่งช่วยลดต้นทุนการอัปเกรดทั้งระบบได้
Ryzen 7 9800X3D ยังครองแชมป์ CPU ขายดีที่สุด
สำหรับซีพียูรายรุ่น AMD ยังคงครองตำแหน่งผู้นำ โดย Ryzen 7 9800X3D เป็นซีพียูที่ขายดีที่สุดในเดือนตุลาคม ด้วยยอดประมาณ 5,000 ตัว
ตามมาด้วย Ryzen 7 5800X3D ที่กลับมาทำตลาดอีกครั้งและสามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 3,000 ตัว แสดงให้เห็นว่าซีพียู X3D ยังคงได้รับความสนใจจากกลุ่มเกมเมอร์ แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์จากแพลตฟอร์มรุ่นเก่า
อีกหนึ่งรุ่นที่ทำผลงานได้ดีคือ Ryzen 7 5700X ซึ่งมียอดขายประมาณ 3,000 ตัวเช่นกัน
ส่วนฝั่ง Intel รุ่นที่โดดเด่นคือ Core i9-14900K ซึ่งทำยอดขายได้ประมาณ 2,000 ตัว และยังขายได้มากกว่า Core Ultra 7 270K Plus ถึงประมาณสองเท่า แม้จะมีราคาสูงกว่า
มีข้อสังเกตว่าผู้ซื้อ Core i9-14900K บางส่วนอาจเลือกใช้ร่วมกับเมนบอร์ด LGA 1700 ที่รองรับ DDR4 เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายด้านหน่วยความจำ ขณะที่แพลตฟอร์ม Arrow Lake ไม่มีตัวเลือกเมนบอร์ด DDR4
Arrow Lake Refresh มียอดขายเพิ่มเติม แต่ยังไม่ช่วยให้ Intel ไล่ทัน AMD
รายงานยังระบุว่าตัวเลขยอดขาย Intel ในชุดข้อมูลแรกอาจไม่ได้รวมซีพียู Arrow Lake Refresh บางรุ่น จึงมีการนำยอดขายของรุ่นต่อไปนี้มาคำนวณเพิ่มเติม
| ซีพียู Intel | ยอดขาย |
|---|---|
| Core Ultra 5 250K Plus | 300 ตัว |
| Core Ultra 5 250KF Plus | 50 ตัว |
| Core Ultra 7 270K Plus | 1,000 ตัว |
| รวม | 1,350 ตัว |
เมื่อรวมยอดดังกล่าวเข้ากับยอด Intel เดิม 6,500 ตัว จะได้ประมาณ 7,850 ตัว ซึ่งยังห่างจากยอดขายรวมของ AMD ที่ 28,200 ตัวอย่างมาก
หมายเหตุ: ตัวเลขในบทความต้นทางมีจุดคลาดเคลื่อน โดยระบุว่ายอดของ Arrow Lake Refresh รวมประมาณ 2,300 ตัว ทั้งที่ตัวเลขแยกรุ่นที่ให้มารวมกันได้ 1,350 ตัว และยอดรวม Intel 7,850 ตัวก็สอดคล้องกับการเพิ่ม 1,350 ตัวเช่นกัน
AM4 ยังไม่ตาย และอาจอยู่ต่อได้อีกนาน
ผลสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าความสำเร็จของแพลตฟอร์มไม่ได้ขึ้นอยู่กับความใหม่ของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับต้นทุนการอัปเกรด ความเข้ากันได้ และความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ด้วย
AM4 สามารถรักษาฐานผู้ใช้งานได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องซื้อเมนบอร์ดและ RAM ใหม่ทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนซีพียู ขณะที่ Ryzen 5000 Series ยังมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการเล่นเกมและการทำงานทั่วไปในปัจจุบัน
ส่วน AM5 ก็ยังเดินหน้าครองตลาดด้วยซีพียูรุ่นใหม่และเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า
สำหรับ Intel ความท้าทายคือการทำให้แพลตฟอร์มใหม่มีความคุ้มค่ามากพอที่จะจูงใจผู้บริโภคให้ย้ายออกจาก LGA 1700 ซึ่งยังมีฐานผู้ใช้งานและตัวเลือกซีพียูจำนวนมาก
เรียกได้ว่าแม้ AM4 จะมีอายุเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมลงจากสนามง่าย ๆ และข้อมูลยอดขายเดือนตุลาคมครั้งนี้ยิ่งยืนยันว่า ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังเห็นคุณค่าของแพลตฟอร์มเก่าที่สามารถใช้งานต่อและอัปเกรดได้ในราคาประหยัด
ที่มา: Wccftech



