Cybenetics Labs ได้พัฒนาต้นแบบสายไฟ “anti-melt cable” สำหรับการ์ดจอที่ใช้หัวต่อ 12V-2×6 แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการวางจำหน่ายจริง จุดเด่นของดีไซน์คือความเรียบง่าย และระบบความปลอดภัยยังคงทำงานได้แม้ไม่ได้เชื่อมต่อ USB แบบแอคทีฟ
สายต้นแบบนี้ถูกพัฒนาโดย Aris Mpitziopoulos ผู้ก่อตั้ง Hardware Busters และผู้อยู่เบื้องหลังมาตรฐานการรับรอง PSU ของ Cybenetics ตัวสายประกอบด้วยสาย 12V-2×6 to 12V-2×6 มาตรฐาน พร้อมกล่องอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กแบบอินไลน์ที่มีเพียงวงจรและไฟ LED หนึ่งดวง ไม่มีจอแสดงผลและไม่มีพัดลม
เนื่องจากเป็นเพียง “สายไฟ” ทำให้จุดขายหลักคือความเข้ากันได้กับเคส ฮีตซิงก์ลมขนาดใหญ่ และการ์ดจอหลายรุ่นที่อุปกรณ์เสริมแบบอินไลน์อื่น ๆ อาจใส่ไม่ได้ รวมถึงการ์ด Founders Edition บางแบบและดีไซน์การ์ดเฉพาะบางรุ่น (ซึ่งต่างจาก Thermal Grizzly WireView) นอกจากนี้ยังซ่อนได้ง่ายกว่าอะแดปเตอร์เสริมที่ติดอยู่ตรงพอร์ตไฟของการ์ดจออย่างเห็นชัด
อย่างไรก็ตามก็มีข้อจำกัดอยู่เช่นกัน สายต้องต่อเข้ากับเพาเวอร์ซัพพลายโดยตรง รุ่นที่อธิบายไว้ใช้หัวต่อฝั่ง PSU แบบ 12V-2×6 โดยตรง จึงเหมาะกับ PSU ที่มีพอร์ตนี้มาให้แล้ว หากเป็นระบบที่ใช้หัวต่อ 8-pin คู่ จะต้องใช้สายแบบอื่นแทน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า Cybenetics จะพัฒนารุ่นสำหรับ PSU รุ่นเก่าในอนาคต
สิ่งที่น่าสนใจคือ USB Type-C เป็นอุปกรณ์เสริม ไม่ใช่สิ่งจำเป็น
USB ใช้สำหรับตั้งค่าและอ่านข้อมูลเซนเซอร์เท่านั้น ส่วนระบบเตือนด้วยเสียงและระบบตัดไฟเพื่อความปลอดภัยยังคงทำงานได้แม้ไม่เสียบ USB ผู้ใช้สามารถตั้งค่าเกณฑ์ต่าง ๆ ผ่านซอฟต์แวร์ แล้วถอด USB ออกได้โดยการทำงานยังเหมือนเดิม ไฟเตือนแบบไดโอดจะแสดงสถานะให้เห็นชัด
ภายในซอฟต์แวร์สามารถตั้งค่าขีดจำกัดกระแสไฟและอุณหภูมิได้
-
Over Current Trigger Point ปรับได้ตั้งแต่ 8A–12A ต่อเส้น โดยแนะนำ 10A สำหรับ RTX 5090
-
Over Temperature Trigger Point ปรับได้ตั้งแต่ 80°C–95°C โดย 80°C ถือว่าเหมาะสม
-
มีตัวตั้งเวลา 2 ค่า ได้แก่ ดีเลย์การเตือนด้วยเสียง และดีเลย์การตัดไฟ ซึ่งค่าเริ่มต้นอยู่ที่ 10 วินาที
เมื่อเชื่อมต่อ USB จะสามารถมอนิเตอร์ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ซอฟต์แวร์จะแสดงกระแสไฟของสายทั้ง 6 เส้น และอุณหภูมิที่ปลายสายทั้งสองด้าน รวมถึงกล่องกลาง โดยอัปเดตทุก ~100 มิลลิวินาที นอกจากนี้ยังบันทึกข้อมูลและส่งออกเป็นไฟล์ Excel ได้ แม้กราฟภายในโปรแกรมจะค่อนข้างเล็กและฟังก์ชันจำกัด
จากการทดสอบของ ComputerBase ระบุว่า สไปค์สั้น ๆ อาจทำให้เกิดเสียงเตือน แต่ยังไม่ถึงขั้นตัดไฟ ระบบถูกออกแบบให้ตอบสนองกับการละเมิดค่าที่เกินขีดจำกัดอย่างต่อเนื่อง หากเกินเกณฑ์ตามเวลาที่ตั้งไว้ สายจะตัดไฟให้การ์ดจอทันที หน้าจอจะดับ การ์ดจอหยุดใช้พลังงาน แต่ตัวเครื่องพีซียังคงเปิดอยู่ตามปกติ
Cybenetics Labs ระบุว่าต้องการจำหน่ายสายนี้ในราคาที่ใกล้เคียงต้นทุนมากที่สุด แต่ยังไม่มีพาร์ตเนอร์ด้านการผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย ทำให้แผนวางขายยังไม่แน่นอน ไม่มีการเปิดเผยราคาและวันวางจำหน่าย
ท้ายที่สุด แม้โซลูชันนี้จะน่าสนใจ แต่ก็น่าเศร้าที่เราต้องพึ่งอุปกรณ์เสริมเพื่อป้องกันปัญหาลักษณะนี้ หวังว่าการ์ดจอเจเนอเรชันถัดไปจะมีระบบป้องกันในตัว และเราจะไม่ต้องเจอข่าวสายไฟละลายอีกต่อไปในอนาคต
ที่มา: ComputerBase



