CXMT กำไร 9 เดือนพุ่งทะลุ 6.7 แสนล้านบาท! มาร์จิ้น DRAM ไตรมาส 3 แตะ 89.53% เดินหน้าล่า LTA พร้อมเร่งพัฒนา 4F² และ LPDDR6
หลังจากผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่จากเกาหลีใต้ทยอยรายงานผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ล่าสุด ChangXin Memory Technologies (CXMT) ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ของจีน ก็เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 89.53% เพิ่มขึ้น 1.94 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนผลจากราคาหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนการผลิตต่อชิปที่ลดลง
ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ Micron ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 87% ในไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 3 กันยายน 2026 และ Samsung Electronics ที่รายงานอัตรากำไรขั้นต้นรวมทั้งบริษัท 69.3% ในไตรมาส 3 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของแต่ละบริษัทมีขอบเขตธุรกิจและโครงสร้างรายได้แตกต่างกัน จึงไม่ใช่การเปรียบเทียบที่อยู่บนฐานเดียวกันทั้งหมด
รายได้ 9 เดือนทะลุ 1.36 ล้านล้านบาท กำไรพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรมหาศาล
ข้อมูลจากผลประกอบการระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 CXMT มีรายได้รวม 269.02 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นถึง 738.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท
ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 132.04 พันล้านหยวน หรือประมาณ 6.70 แสนล้านบาท พลิกจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ยังขาดทุน 5.28 พันล้านหยวน
เฉพาะไตรมาส 3 บริษัทมีรายได้ 118.71 พันล้านหยวน หรือประมาณ 6.02 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 613.18% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 19.30% จากไตรมาสก่อน ส่วนกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 54.43 พันล้านหยวน หรือ 2.76 แสนล้านบาท
การเติบโตครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากความต้องการ DRAM ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดที่เกี่ยวข้องกับ AI และเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่หลายรายให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงอย่าง HBM มากขึ้น ส่งผลให้ตลาด DRAM ทั่วไปมีข้อจำกัดด้านอุปทาน และช่วยให้ CXMT ได้ประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้น
แต่สิ่งที่น่าสนใจจากการรายงานผลประกอบการครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเลขกำไร เพราะบริษัทยังเปิดเผยทิศทางธุรกิจสำคัญอีก 3 ด้าน ได้แก่ การทำสัญญาซื้อขายระยะยาว เทคโนโลยี DRAM แบบ 4F² และการขยายตลาด LPDDR6
1. เดินหน้าเจรจาสัญญาซื้อขายระยะยาว พร้อมยืนยันราคาสู้คู่แข่งได้
ในช่วงที่ตลาดหน่วยความจำกำลังเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว ผู้ผลิตรายใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับสัญญาซื้อขายระยะยาว หรือ Long-Term Agreements (LTA) เพื่อสร้างความแน่นอนด้านปริมาณสินค้าและความต้องการในอนาคต โดยมีรายงานว่า Samsung ทำข้อตกลงลักษณะนี้กับลูกค้า 10 ราย ขณะที่ SK hynix มีข้อตกลงกับลูกค้า 14 ราย
CXMT เองก็เริ่มเดินหน้าเจรจากับลูกค้ารายสำคัญหลายรายเช่นกัน โดยบริษัทระบุว่าการเจรจามีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี และตั้งเป้าสร้างความต้องการซื้อในระยะกลางถึงระยะยาว เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตและจัดสรรกำลังการผลิตได้ดีขึ้น
ในด้านราคา CXMT ระบุว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทโดยทั่วไปมีระดับราคาใกล้เคียงกับคู่แข่งจากต่างประเทศ ไม่ได้จำเป็นต้องขายในราคาถูกกว่าผู้ผลิตเกาหลีใต้เสมอไป และบริษัทยังคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4 ปี 2026 จะยังอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัว
อย่างไรก็ตาม การรักษาระดับราคาในช่วงที่ตลาดกำลังขาขึ้นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายตลอดไป โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคยังมีสัดส่วนความต้องการหน่วยความจำทั่วโลกราว 30–40% หากผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้เริ่มรับต้นทุนที่สูงขึ้นไม่ไหวและชะลอการสั่งซื้อ ก็อาจกลายเป็นแรงกดดันต่อการเติบโตของ CXMT ในไตรมาสถัดไปได้เช่นกัน
2. DRAM รุ่นที่ 6 บนสถาปัตยกรรม 4F² ผ่านการตรวจสอบ Engineering Sample
อีกหนึ่งความคืบหน้าที่น่าจับตามองคือเทคโนโลยี DRAM รุ่นที่ 6 ของ CXMT ซึ่งพัฒนาบนแพลตฟอร์มการผลิตที่ใช้สถาปัตยกรรม 4F² Vertical-Channel DRAM โดยบริษัทเปิดเผยว่าผลิตภัณฑ์ตัวอย่างทางวิศวกรรม หรือ Engineering Sample ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว
การผ่านขั้นตอนดังกล่าวหมายความว่าเทคโนโลยีสามารถแสดงผลตามเป้าหมายด้านประสิทธิภาพหลักบนเวเฟอร์จริงได้ ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบร่วมกับลูกค้าและการผลิตเชิงพาณิชย์
ก่อนหน้านี้ CXMT เคยกล่าวถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 4F² ในเวทีวิชาการมาแล้ว แต่การเปิดเผยครั้งนี้เป็นการยืนยันต่อสาธารณะอย่างชัดเจนว่าแพลตฟอร์ม DRAM รุ่นที่ 6 ของบริษัทจะใช้สถาปัตยกรรมดังกล่าว
เป้าหมายถัดไปคือการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับหน่วยความจำเซิร์ฟเวอร์แบบ DDR5 RDIMM โดย CXMT ตั้งเป้าส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ภายในสิ้นปี 2026 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบจากลูกค้า
ทั้งนี้ การผ่านการตรวจสอบ Engineering Sample ยังไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์พร้อมเข้าสู่การผลิตจำนวนมากทันที เพราะยังต้องพิสูจน์เรื่องผลผลิตต่อเวเฟอร์ ความสม่ำเสมอของคุณภาพ และความสามารถในการผลิตจริงในระดับอุตสาหกรรม
CXMT ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังพัฒนาแนวทางนี้ เพราะ SK hynix กำลังศึกษาเทคโนโลยี 4F² Vertical Gate ควบคู่กับ 3D DRAM ส่วน Samsung ก็มีงานวิจัยเกี่ยวกับ DRAM ระดับ 10 นาโนเมตรที่ใช้แนวคิด 4F² เช่นกัน ทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของการแข่งขัน DRAM รุ่นถัดไป
3. ขยาย LPDDR6 จากสมาร์ตโฟนสู่ตลาดเซิร์ฟเวอร์และ AI
สำหรับตลาด LPDDR6 ปัจจุบัน CXMT เริ่มเดินหน้าผลิตและส่งมอบหน่วยความจำรุ่นนี้ให้กับผู้ผลิตสมาร์ตโฟนแล้ว โดยมี Xiaomi เป็นหนึ่งในลูกค้ารายสำคัญที่นำไปใช้งานกับสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่
ข้อมูลจาก CXMT ระบุว่า LPDDR6 ของบริษัทเข้าสู่การผลิตจำนวนมากและเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ใน Xiaomi 18 Fold ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา รุ่นที่เปิดเผยมีความจุ 16GB และรองรับอัตราการรับส่งข้อมูลสูงสุด 12,800 Mbps
แต่เป้าหมายของบริษัทไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสมาร์ตโฟน เพราะ CXMT กำลังมองหาโอกาสขยายการใช้งาน LPDDR6 ไปยังตลาดรถยนต์และเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการหน่วยความจำเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของ AI และระบบประมวลผลยุคใหม่
สำหรับตลาดเซิร์ฟเวอร์ หนึ่งในแนวทางที่ถูกจับตามองคือการใช้หน่วยความจำ LPDDR เป็นหน่วยความจำหลักของระบบ CPU โดยปัจจุบัน NVIDIA มีการนำ LPDDR5X มาใช้กับ Vera CPU ขณะที่ AMD เตรียมรองรับหน่วยความจำ LPDDR5X ผ่าน SOCAMM2 ในแพลตฟอร์ม EPYC รุ่นถัดไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่าผู้ผลิต CPU เซิร์ฟเวอร์รายใหญ่ของจีน รวมถึง Huawei จะนำ LPDDR6 ของ CXMT ไปใช้งานจริง
อีกตลาดที่มีโอกาสคือ GPU สำหรับประมวลผล AI Inference โดยก่อนหน้านี้ผู้พัฒนา GPU ของจีนอย่าง Sunrise เคยเปิดเผยแนวทางการออกแบบ Qiwang S3 ที่เลือกใช้ LPDDR6 แทน HBM เพื่อมุ่งเน้นความจุหน่วยความจำ ประสิทธิภาพด้านพลังงาน และต้นทุนที่แข่งขันได้มากขึ้น แต่ยังต้องติดตามว่าการออกแบบดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลายหรือไม่
บทสรุป: กำไรวันนี้แข็งแกร่ง แต่โจทย์ต่อไปคือการรักษาความสามารถในการแข่งขัน
ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2026 แสดงให้เห็นว่า CXMT กำลังได้รับประโยชน์อย่างมากจากตลาด DRAM ที่มีอุปทานตึงตัว ราคาหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น และความต้องการจากภาค AI ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การรักษาการเติบโตในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาหน่วยความจำเพียงอย่างเดียว บริษัทจำเป็นต้องเปลี่ยนความต้องการในตลาดให้กลายเป็นสัญญาซื้อขายระยะยาวที่ชัดเจน ผลักดันเทคโนโลยี 4F² ให้ผ่านการรับรองจากลูกค้าและผลิตได้จริงในปริมาณมาก รวมถึงขยายตลาด LPDDR6 ให้ไปไกลกว่าสมาร์ตโฟน
สิ่งที่ต้องจับตาคือ หากความต้องการจากตลาดผู้บริโภคเริ่มชะลอตัว หรือราคาหน่วยความจำผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว CXMT จะยังรักษาอัตรากำไรระดับเกือบ 90% และการเติบโตในระดับหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่ เพราะตัวเลขที่โดดเด่นในปีนี้ยังต้องพิสูจน์ต่อว่าเป็นความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว หรือเป็นผลจากจังหวะตลาดหน่วยความจำขาขึ้นในช่วงเวลานี้
หมายเหตุ: คำนวณเงินหยวนเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 1 หยวน = 5.074 บาท ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ตัวเลขเงินบาทจึงเป็นการแปลงค่าโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย
ที่มา: TrendForce



