แม้เราจะรู้กันว่า 5G กินแบตกว่า Wi-Fi แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าความต่างจริง ๆ มากแค่ไหน
ช่อง YouTube PhoneBuff ได้ทำการทดสอบโดยใช้ iPhone 17 Pro Max เครื่องใหม่สองเครื่อง จำลองการใช้งานในชีวิตประจำวันแบบเดียวกันทั้งหมด ผลปรากฏว่า
-
เครื่องที่ใช้ 5G แบตหมดหลังผ่านไป 26 ชั่วโมง 22 นาที
-
เครื่องที่ใช้ Wi-Fi ยังเหลือแบตอยู่ประมาณ 25%
PhoneBuff ระบุว่า แม้การทดสอบจะไม่สามารถครอบคลุมทุกสถานการณ์ได้ 100% แต่ได้พยายามจำลองพฤติกรรมการใช้งานจริงมากที่สุด เพื่อสะท้อนผลกระทบของการเชื่อมต่อ 5G และ Wi-Fi ต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่
ในช่วงแรก ทั้งสองเครื่องมีอัตราการใช้พลังงานใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะตอนท่องเว็บหรือสแตนด์บาย แต่เมื่อเริ่มทำกิจกรรมที่มีการรับ-ส่งข้อมูลถี่ขึ้น เช่น FaceTime หรือสตรีมวิดีโอ ความแตกต่างเริ่มชัดเจน
ตัวอย่างเช่น
-
ระหว่างใช้ FaceTime เครื่องที่ใช้ 5G แบตลดลง 42%
-
ขณะที่เครื่องที่ใช้ Wi-Fi ลดลงเพียง 25%
ผลลัพธ์สุดท้ายจึงชี้ว่า ภายใต้ภาระงานเท่ากัน การใช้ 5G ทำให้แบตหมดเร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
สรุปคือ หากไม่ได้เชื่อมต่อ Wi-Fi การใช้งานผ่าน 5G ต่อเนื่องยาว ๆ ควรเผื่อแบตไว้ให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจเจอปัญหาเครื่องดับก่อนเวลาอันควร
ที่มา: HKEPC



