NVIDIA ดัน DLSS 4.5 รับเกมเดือนตุลาคม Gears of War: E-Day พร้อม 6X Frame Generation
NVIDIA เดินหน้าผลักดันเทคโนโลยี DLSS 4.5 อย่างต่อเนื่อง หลังเกมฟอร์มใหญ่หลายรายการที่เปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนเริ่มรองรับเทคโนโลยีดังกล่าว และในเดือนตุลาคมนี้ก็มีเกมใหม่ทยอยเพิ่มเข้ามาอีกหลายเกม โดยเฉพาะ Gears of War: E-Day และ STAR WARS: Galactic Racer
สำหรับเกมที่จะทยอยรองรับ DLSS 4.5 ในเดือนตุลาคม NVIDIA ระบุว่าเริ่มตั้งแต่วันนี้ด้วย Gears of War: E-Day และ STAR WARS: Galactic Racer ก่อนที่ในวันที่ 8 ตุลาคม ผู้เล่นจะได้สัมผัส Clive Barker’s Hellraiser: Revival พร้อม DLSS Super Resolution
จากนั้นในวันที่ 9 ตุลาคม Dragon's Dogma 2: Dark Arisen จะได้รับอัปเดตฟรีสำหรับทั้งเกมหลักและส่วนขยาย พร้อมยกระดับฟีเจอร์ DLSS 4.5 ขณะที่วันที่ 13 ตุลาคม Microsoft Flight Simulator 2024 จะได้รับ Sim Update 7 ซึ่งอัปเกรดระบบเป็น DLSS 4.5 และเพิ่ม Dynamic Multi Frame Generation สูงสุด 6X
อีกเกมสำคัญคือ Call of Duty: Modern Warfare 4 ซึ่งจะเปิดให้ผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้าเข้าเล่นโหมด Campaign Early Access ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม ก่อนเปิดตัวเต็มรูปแบบในวันที่ 23 ตุลาคม โดยเกมรองรับชุดเทคโนโลยี DLSS 4.5 อย่างเต็มรูปแบบ
Call of Duty: Modern Warfare 4 จัดเต็ม DLSS 4.5
ภาคใหม่ของ Call of Duty จะพาผู้เล่นเข้าสู่สงครามบนคาบสมุทรเกาหลี หลังเกาหลีเหนือเปิดฉากการรุกรานเต็มรูปแบบ โดยในโหมด Campaign ผู้เล่นจะติดตามเรื่องราวของทหารเกาหลีใต้ ขณะเดียวกัน Captain Price ก็มีภารกิจส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับเบื้องหลังของสงครามครั้งนี้
เกมยังมาพร้อมโหมด Multiplayer และ DMZ ซึ่งเพิ่มระบบสภาพอากาศ ศัตรู และเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปในการแข่งขันแต่ละแมตช์
ด้านเทคโนโลยีภาพ ผู้ใช้ GeForce RTX ทุกซีรีส์สามารถเปิดใช้งาน DLSS 4.5 Super Resolution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมรักษาคุณภาพของภาพ ส่วน GeForce RTX 40 Series จะรองรับ DLSS 4.5 Frame Generation
สำหรับ GeForce RTX 50 Series สามารถเปิดใช้ Dynamic Multi Frame Generation ที่สร้างเฟรมเพิ่มได้สูงสุด 6 เท่า ซึ่ง NVIDIA ระบุว่าเหมาะกับการเล่นเกมที่เปิดใช้ Ray-Traced Reflections และต้องการเฟรมเรตสูงเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ NVIDIA Reflex ยังสามารถเปิดใช้งานได้บน GeForce RTX ทุกรุ่น เพื่อลด PC Latency และทำให้การตอบสนองระหว่างการเล่นเกมรวดเร็วยิ่งขึ้น
Gears of War: E-Day เปิดให้เล่นแล้ว พร้อม DLSS 4.5 และ RTX Mega Geometry
เกมเด่นอีกหนึ่งเกมที่เปิดตัวในช่วงต้นเดือนคือ Gears of War: E-Day ซึ่งย้อนเรื่องราวกลับไป 14 ปีก่อนเหตุการณ์ใน Gears of War ภาคแรก โดยผู้เล่นจะได้ติดตาม Marcus Fenix และ Dominic Santiago ในช่วงที่ Locust Horde เริ่มปรากฏตัวขึ้นจากใต้ดินและนำไปสู่วันแห่ง Emergence Day
นอกจาก Campaign แล้ว เกมยังมีโหมด Multiplayer พร้อมการนำโหมด PvE Horde กลับมาในรูปแบบ Horde Siege รวมถึงโหมด Versus PvP
สำหรับผู้เล่นบน PC ที่ใช้ GeForce RTX NVIDIA ระบุว่า Gears of War: E-Day รองรับเทคโนโลยีหลายรายการพร้อมกัน ได้แก่ DLSS 4.5 Super Resolution, Frame Generation, Dynamic Multi Frame Generation, RTX Mega Geometry และ Hardware-Accelerated Ray Tracing
จุดที่ NVIDIA เน้นเป็นพิเศษคือ RTX 50 Series สามารถใช้งาน Dynamic Multi Frame Generation ได้สูงสุด 6X หรือปล่อยให้ระบบปรับตัวคูณแบบไดนามิกตามภาระของฉาก เพื่อรักษาเฟรมเรตเป้าหมายที่ผู้เล่นกำหนด
NVIDIA เคลม DLSS 4.5 เร็วขึ้นเฉลี่ย 7.5 เท่าที่ 4K
ในการทดสอบภายในของ NVIDIA บริษัทระบุว่า เมื่อเปิดใช้งาน DLSS 4.5 พร้อม Dynamic Multi Frame Generation แบบ 6X ภายใต้การตั้งค่า Ultra, เปิด Ray Tracing และใช้ RTX Mega Geometry
ที่ความละเอียด 4K เกม Gears of War: E-Day สามารถทำงานได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 7.5 เท่าเมื่อเทียบกับการเรนเดอร์แบบ Native ขณะที่ที่ความละเอียด 2560×1440 และ 1920×1080 NVIDIA ระบุว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุดถึง 6 เท่า
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลการทดสอบที่ NVIDIA รายงานเอง และขึ้นอยู่กับการตั้งค่า ฮาร์ดแวร์ และเงื่อนไขของฉากในการทดสอบ ดังนั้นผลลัพธ์จากระบบของผู้เล่นจริงอาจแตกต่างกัน
ในส่วนของ NVIDIA Reflex บริษัทระบุว่าการเปิดใช้งานใน Gears of War: E-Day สามารถลด PC Latency ได้สูงสุด 50% จากการทดสอบใน Benchmark ของโหมด Campaign
นอกจากนี้ DYNASTY WARRIORS 3: Complete Edition Remastered ก็ได้รับการอัปเดตเป็น DLSS Super Resolution เวอร์ชันล่าสุดแล้ว ทำให้เดือนตุลาคมกลายเป็นอีกหนึ่งช่วงที่ NVIDIA กำลังเร่งขยายเกมที่รองรับ DLSS 4.5 อย่างต่อเนื่อง
โดยรวมแล้ว จุดเปลี่ยนสำคัญของ DLSS 4.5 ในรอบนี้อยู่ที่การผลักดัน Dynamic Multi Frame Generation สูงสุด 6X บน GeForce RTX 50 Series ซึ่ง NVIDIA ต้องการใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มเฟรมเรตในเกมระดับ AAA ที่เปิด Ray Tracing หนัก ๆ ขณะที่ RTX 40 Series และ RTX รุ่นก่อนหน้านั้นก็ยังได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี DLSS ในรูปแบบที่ฮาร์ดแวร์รองรับ



