Windows 11 อัปเดตใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มกลายเป็นภาระสำหรับผู้ใช้หลายคน โดยมีรายงานล่าสุดระบุว่าแพ็กเกจอัปเดตแบบสะสม (LCU) ของ Windows 11 เพิ่มขนาดจากราว 300MB เมื่อต้นปี 2024 พุ่งขึ้นเป็น 5GB ในปี 2026 หรือโตขึ้นกว่า 16 เท่าในเวลาเพียง 2 ปี
ผลการวิเคราะห์พบว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในอัปเดตเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งขนาดไฟล์กระโดดจาก 1.3GB เป็น 4.4GB ทันที และเมื่อแตกไฟล์แล้วมีขนาดเกือบ 9GB โดยข้อมูลส่วนเกินราว 3GB ส่วนใหญ่มาจากคอมโพเนนต์ด้าน AI เช่น “Semantic Search” และระบบประมวลผล AI บนเครื่อง
เดิมทีฟีเจอร์เหล่านี้ถูกออกแบบมาสำหรับ Copilot+ PC เท่านั้น แต่ภายหลัง Microsoft ขยายไปยังเครื่องที่ใช้ Intel และ AMD ทุกรุ่น พร้อมรวมไฟล์ทั้งหมดไว้ในแพ็กเกจอัปเดตเดียว แม้พีซีทั่วไปจะไม่ติดตั้งส่วนที่ไม่รองรับผ่านการตรวจสอบความเข้ากันได้ แต่ไฟล์เหล่านี้ยังคงรวมอยู่ในแพ็กเกจดาวน์โหลด ทำให้ขนาดอัปเดตใหญ่ขึ้นโดยไม่จำเป็น
อีกปัจจัยสำคัญคือโมเดล “Cumulative Update” ของ Windows 11 ซึ่งทุกอัปเดตรายเดือนต้องรวมแพตช์และการแก้ไขทั้งหมดตั้งแต่ระบบเปิดตัว ทำให้ไฟล์สะสมใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนก้อนหิมะที่กลิ้งแล้วพองตัว
แม้ Microsoft จะเคยเปิดตัวระบบ “Checkpoint Cumulative Updates” ในปี 2024 เพื่อลดขนาดอัปเดตด้วยการตั้ง baseline ใหม่ แต่หลังจากสร้าง checkpoint ครั้งล่าสุดในเดือนเมษายน 2025 บริษัทก็ยังไม่ได้อัปเดต baseline ใหม่อีกเลยนานกว่าหนึ่งปี ทำให้แผนลดขนาดไฟล์แทบล้มเหลว
หลายฝ่ายมองว่า Microsoft ควรแยกโมเดล AI ขนาดใหญ่และฟีเจอร์ Semantic Search ออกจากอัปเดตความปลอดภัยรายเดือน แล้วเปลี่ยนเป็นดาวน์โหลดผ่าน Microsoft Store หรือระบบ on-demand แทน เพื่อลดภาระการดาวน์โหลดและติดตั้งของผู้ใช้ Windows 11 ในระยะยาว
ที่มา: Windows Latest



