วิกฤตการ์ดจอหนัก! NVIDIA RTX 50 Series ขึ้นราคายกแผง RTX 5090 พุ่งทะลุ 3.16 แสนบาท แพงกว่า MSRP ถึง 370% ส่วน RTX 5050 ยังหนีไม่พ้นราคา 14,000 บาท
ตลาดการ์ดจอสำหรับ PC Gaming กำลังเผชิญวิกฤตราคาครั้งใหญ่ หลังราคาหน่วยความจำและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้การ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 50 Series สถาปัตยกรรม Blackwell มีราคาจำหน่ายในตลาดสูงกว่าราคาเปิดตัวอย่างมาก และครั้งนี้ไม่ได้กระทบแค่รุ่นเรือธง แต่ลามไปถึงการ์ดจอระดับเริ่มต้นด้วย
รายงาน ประจำไตรมาส 4 ปี 2026 พบว่าการ์ดจอหลายรุ่นมีราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ GeForce RTX 5090 ที่กลายเป็นตัวอย่างของวิกฤตราคาครั้งนี้อย่างชัดเจน หลังราคาจำหน่ายในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นไปแตะ 9,400 ดอลลาร์ หรือประมาณ 316,800 บาท สูงกว่าราคา MSRP ที่ 1,999 ดอลลาร์ หรือประมาณ 67,400 บาท ถึง 370%
หากมองในระดับตลาดทั่วโลก RTX 5090 มีราคาสูงกว่า MSRP โดยเฉลี่ยถึง 262% หรือคิดเป็นราคาประมาณ 3.6 เท่าของราคาเปิดตัวเดิม ขณะที่ในสหรัฐฯ ราคาปัจจุบันสูงถึงประมาณ 4.7 เท่าของ MSRP
ที่น่ากังวลคือในเดือนตุลาคมเพียงเดือนเดียว RTX 5090 ในสหรัฐฯ มีราคาสูงขึ้นอีก 36% ส่วนเยอรมนี ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และเนเธอร์แลนด์ มีการปรับขึ้นมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นคือปริมาณสินค้าในตลาดที่ลดลง ท่ามกลางรายงานเกี่ยวกับการจำกัดการจัดส่งและความเป็นไปได้ที่ RTX 5090 จะยุติการผลิต แม้ NVIDIA จะเคยปฏิเสธข้อมูลเรื่องการยุติการจำหน่ายก็ตาม
RTX 5080 ขยับขึ้นตามรุ่นพี่ ราคาทะลุ 74,000 บาท
เมื่อ RTX 5090 มีราคาสูงเกินกว่าที่ผู้บริโภคทั่วไปจะเข้าถึงได้ ความต้องการจึงเริ่มไหลไปยัง GeForce RTX 5080 ซึ่งกลายเป็นตัวเลือกการ์ดจอระดับสูงที่ยังพอหาได้ในตลาด แต่ผลที่ตามมาคือราคาของรุ่นนี้ก็ปรับตัวขึ้นอย่างหนักเช่นกัน
ปัจจุบัน RTX 5080 มีราคาจำหน่ายในสหรัฐฯ ประมาณ 2,200 ดอลลาร์ หรือราว 74,200 บาท เทียบกับ MSRP ที่ 999 ดอลลาร์ หรือประมาณ 33,700 บาท คิดเป็นราคาสูงกว่าราคาเปิดตัวถึง 120% ส่วนค่าเฉลี่ยทั่วโลกสูงกว่า MSRP ประมาณ 77%
เฉพาะเดือนตุลาคม RTX 5080 ในสหรัฐฯ มีราคาสูงขึ้นอีก 39% ขณะที่เยอรมนีปรับขึ้นประมาณ 40% และบางประเทศมีสินค้าหมดจากร้านค้าปลีกจนเหลือเพียงสินค้าจากผู้ขายภายนอกที่ตั้งราคาสูงกว่าเดิม
ไม่เว้นแม้แต่ RTX 5070 และ RTX 5060 Ti
สำหรับการ์ดจอระดับกลางอย่าง RTX 5070 Ti และ RTX 5070 ก็มีราคาสูงกว่าราคาเปิดตัวไปมากเช่นกัน โดย RTX 5070 Ti มีราคาตลาดในสหรัฐฯ ประมาณ 1,250 ดอลลาร์ หรือราว 42,100 บาท สูงกว่า MSRP ถึง 67% ส่วน RTX 5070 มีราคาประมาณ 900 ดอลลาร์ หรือ 30,300 บาท สูงกว่า MSRP 64%
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของการ์ดจอทั้งสองรุ่นในเดือนตุลาคมยังไม่รุนแรงเท่ากับรุ่นเรือธง โดยส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงราคาไม่ถึง 10% ในหลายภูมิภาค
ส่วน RTX 5060 Ti กลับเป็นอีกรุ่นที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนหน่วยความจำอย่างชัดเจน โดยเฉพาะรุ่น VRAM 16GB ซึ่งมีราคาจำหน่ายในสหรัฐฯ ประมาณ 790 ดอลลาร์ หรือ 26,600 บาท สูงกว่า MSRP ที่ 429 ดอลลาร์ หรือประมาณ 14,500 บาท ถึง 84%
ขณะที่รุ่น VRAM 8GB มีราคาอยู่ที่ประมาณ 530 ดอลลาร์ หรือ 17,900 บาท สูงกว่า MSRP 40% ในสหรัฐฯ และสูงกว่าราคาเปิดตัวเฉลี่ยทั่วโลกประมาณ 24%
ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นว่าการ์ดจอที่มีหน่วยความจำมากขึ้นกำลังได้รับผลกระทบจากต้นทุน VRAM ที่สูงขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้รุ่น 16GB ซึ่งเดิมเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เล่นเกมและงานสร้างสรรค์ กลับมีราคาสูงจนความคุ้มค่าเริ่มลดลงอย่างมาก
RTX 5050 การ์ดจอระดับเริ่มต้นยังหนีไม่พ้น ราคาแตะ 14,000 บาท
แม้แต่ GeForce RTX 5050 ซึ่งเป็นการ์ดจอระดับเริ่มต้นของ RTX 50 Series ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบครั้งนี้ได้
ข้อมูลพบว่าราคา RTX 5050 ในสหรัฐฯ เพิ่มจากประมาณ 260 ดอลลาร์เมื่อต้นปี เป็น 420 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม หรือประมาณ 14,200 บาท จากเดิมคิดเป็นเงินไทยราว 8,800 บาท
ปัจจุบันราคา RTX 5050 สูงกว่า MSRP ที่ 249 ดอลลาร์ หรือประมาณ 8,400 บาท ถึง 68% ในสหรัฐฯ และสูงกว่าราคาเปิดตัวเฉลี่ยทั่วโลกประมาณ 41%
นอกจากนี้ RTX 5060 ก็มีราคาสูงขึ้นเช่นกัน โดยอยู่ที่ประมาณ 450 ดอลลาร์ หรือ 15,200 บาทในสหรัฐฯ สูงกว่า MSRP 51% และราคาเฉลี่ยทั่วโลกสูงกว่าราคาเปิดตัวประมาณ 40%
สรุปราคา NVIDIA GeForce RTX 50 Series ในตลาดสหรัฐฯ
| รุ่น | MSRP โดยประมาณ | ราคาตลาดปัจจุบัน | สูงกว่า MSRP |
|---|---|---|---|
| RTX 5090 | 67,400 บาท | 316,800 บาท | 370% |
| RTX 5080 | 33,700 บาท | 74,200 บาท | 120% |
| RTX 5070 Ti | 25,300 บาท | 42,100 บาท | 67% |
| RTX 5070 | 18,500 บาท | 30,300 บาท | 64% |
| RTX 5060 Ti 16GB | 14,500 บาท | 26,600 บาท | 84% |
| RTX 5060 Ti 8GB | 12,800 บาท | 17,900 บาท | 40% |
| RTX 5060 | 10,100 บาท | 15,200 บาท | 51% |
| RTX 5050 | 8,400 บาท | 14,200 บาท | 68% |
ราคาแปลงจากตลาดสหรัฐฯ ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 ดอลลาร์ = 33.70 บาท ไม่ใช่ราคาขายปลีกในประเทศไทย และยังไม่รวมภาษีหรือค่าใช้จ่ายในการนำเข้า
วิกฤตหน่วยความจำอาจทำให้ราคาการ์ดจอสูงต่อไป
เมื่อพิจารณาภาพรวมของตลาดการ์ดจอใน 10 ประเทศ ราคาการ์ดจอมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าราคา MSRP ประมาณ 44% โดยสหรัฐฯ และแคนาดาเป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่ฟิลิปปินส์ บราซิล และออสเตรเลียยังมีสถานการณ์ด้านราคาที่ดีกว่าค่าเฉลี่ย
บราซิลถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ราคาการ์ดจอปรับตัวขึ้นไม่มากนักเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2026 แต่ภาพรวมในหลายประเทศยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือราคาการ์ดจอแพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หากมองย้อนกลับไปในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาการ์ดจอโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 35% โดยเดือนสิงหาคมปรับขึ้น 15% เดือนกันยายนเพิ่มอีก 7% และเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นอีก 11%
ต้นทุนหน่วยความจำ DRAM และ GDDR รวมถึงแผงวงจร PCB และข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดฮาร์ดแวร์ ขณะที่ความต้องการหน่วยความจำจากอุตสาหกรรม AI ยังคงแข่งขันกับตลาด PC Gaming ในการจัดหาชิ้นส่วน
สถานการณ์นี้ทำให้การ์ดจอที่เคยถูกวิจารณ์ว่ามีราคาเปิดตัวสูงอยู่แล้ว กลับยิ่งแพงขึ้นไปอีก โดยเฉพาะรุ่นที่มี VRAM 16GB ขึ้นไป และการ์ดจอระดับเรือธงอย่าง RTX 5090 ที่แทบหลุดออกจากตลาดเกมมิงทั่วไปไปแล้วในแง่ของความคุ้มค่า
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่ ปี 2026 จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่ต้องคิดหนักกว่าเดิม เพราะแม้แต่ RTX 5050 รุ่นเริ่มต้นก็มีราคาขยับขึ้นไปแตะระดับ 14,000 บาท ส่วน RTX 5080 มีราคาสูงกว่า 74,000 บาท และ RTX 5090 ทะลุ 300,000 บาทไปแล้ว
ดูเหมือนว่ายุคที่ผู้บริโภคสามารถซื้อการ์ดจอได้ในราคา MSRP จะกำลังห่างไกลออกไปเรื่อย ๆ และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าราคาจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ว ๆ นี้
ที่มา: Wccftech



