ประธาน SK Group Chey Tae-won ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในงาน NVIDIA GTC ที่เมือง San Jose ว่า
ภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลกมีแนวโน้มยืดเยื้ออีก 4–5 ปี
โดยกำลังการผลิตเวเฟอร์ของทั้งอุตสาหกรรมยังตามความต้องการไม่ทันมากกว่า 20%
ตามรายงานของ Bloomberg
Chey ซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจของ SK hynix ระบุว่า
แม้ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่กำลังเร่งขยายกำลังการผลิต
แต่ก็ยากจะตอบสนองความต้องการได้เต็มที่ก่อนราวปี 2030
เพราะการเพิ่มกำลังผลิตเวเฟอร์ใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4–5 ปี
อ้างอิงรายงานจาก The Korea Times
เสี่ยงขาดแคลน DRAM ทั่วไป
Chey เตือนว่า การมุ่งเน้นผลิต HBM (High-Bandwidth Memory) มากเกินไป
อาจทำให้ DRAM ทั่วไปขาดตลาด กระทบสินค้าผู้บริโภคอย่างสมาร์ตโฟนและพีซี
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น
• SK hynix
• Samsung Electronics
• Micron Technology
ได้ปรับไลน์การผลิตไปสู่ HBM สำหรับชิปเร่งความเร็ว AI
ส่งผลให้กำลังผลิต DRAM ทั่วไปลดลง
และดันราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคพุ่งสูง
ส่วนแบ่งตลาดและการลงทุน
-
SK hynix ครองตลาด HBM โลกประมาณ 57%
-
ครองตลาด DRAM รวมราว 32%
ปัจจุบันบริษัทกำลังก่อสร้างโรงงานแพ็กเกจและทดสอบ HBM มูลค่า 13,000 ล้านดอลลาร์
ที่เมือง Cheongju ประเทศ South Korea
เริ่มก่อสร้างเดือนหน้า และตั้งเป้าแล้วเสร็จปลายปี 2027
ด้าน Samsung กำลังขยายกำลังผลิต DRAM ที่แคมปัส Pyeongtaek
โดยโรงงาน P5 คาดว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตในปี 2028
ขณะที่ Micron มีแผนลงทุน 9,600 ล้านดอลลาร์
สร้างโรงงาน HBM ในเมือง Hiroshima
แต่กำลังผลิตล็อตแรกก็ต้องรอถึงปี 2028 เช่นกัน
ปัจจุบันงบลงทุนก้อนใหม่ของอุตสาหกรรม
แทบทั้งหมดเทไปยังไลน์ HBM ซึ่งให้กำไรสูงสุด
แผนพยุงราคา
Chey เผยว่า SK hynix กำลังเตรียมมาตรการช่วยรักษาเสถียรภาพราคา DRAM
และซีอีโอ Kwak Noh-jung
เตรียมประกาศแผนในเร็ว ๆ นี้
แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
ผลกระทบตลาดพีซีและสมาร์ตโฟน
สถาบันวิเคราะห์ Gartner คาดการณ์เมื่อ 26 ก.พ. ว่า
ปี 2026 เทียบกับปี 2025:
-
ยอดส่งมอบพีซีทั่วโลกลดลง 10.4%
-
สมาร์ตโฟนลดลง 8.4%
สาเหตุหลักจากราคา DRAM และ SSD รวมกัน
ที่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 130% ภายในสิ้นปี
Gartner ระบุว่า
-
ราคาพีซีจะเพิ่มเฉลี่ย 17% YoY
-
อายุการใช้งานพีซียาวขึ้น
-
ภาคธุรกิจ +15%
-
ผู้บริโภค +20% ภายในสิ้นปี 2026
-
-
ตลาดเครื่องระดับเริ่มต้นได้รับผลกระทบหนักสุด
ที่มา: Tom's Hardware



