Intel เตรียมกลับมาผลิต Core Gen 13 และ Gen 14 อีกครั้ง รับดีมานด์ซีพียูพุ่ง พร้อมรองรับทั้ง DDR4 และ DDR5
Intel มีรายงานว่าเตรียมกลับมาผลิตซีพียู Core เจเนอเรชัน 13 "Raptor Lake" และ Core เจเนอเรชัน 14 "Raptor Lake Refresh" อีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่ยังคงสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตพีซี (OEM) และตลาดประกอบคอมพิวเตอร์ (DIY) ในประเทศจีน
รายงานจาก ChannelGate ระบุว่า ความต้องการซีพียูในปัจจุบันอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ผู้ผลิตพีซีสามารถดูดซับกำลังการผลิตได้แทบทั้งหมด ขณะที่การกลับมาผลิตแพลตฟอร์ม LGA1700 ยังช่วยให้ตลาดสามารถใช้หน่วยความจำ DDR4 ที่ยังมีอยู่ควบคู่กับ DDR5 ได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตลาด DRAM ยังคงเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวและราคาปรับตัวสูงขึ้น
รองรับทั้ง DDR4 และ DDR5
จุดเด่นของแพลตฟอร์ม Raptor Lake คือการรองรับเมนบอร์ดที่ใช้ได้ทั้ง DDR4 และ DDR5 ทำให้ผู้ใช้งานสามารถอัปเกรดระบบโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหน่วยความจำทั้งหมด ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในช่วงที่ราคา DDR5 ยังคงอยู่ในระดับสูง และ DDR4 ยังได้รับความนิยมในหลายตลาด
การกลับมาของ Core Gen 13 และ Gen 14 ยังช่วยให้ผู้ประกอบคอมพิวเตอร์สามารถนำสต็อกเมนบอร์ด LGA1700 และแรม DDR4 ที่มีอยู่มาใช้งานต่อได้อย่างคุ้มค่า
Raptor Lake ยังมีประสิทธิภาพเพียงพอ
Intel เปิดตัว Core Gen 13 "Raptor Lake" ในช่วงปลายปี 2022 โดยรุ่นสูงสุดมาพร้อม 24 คอร์ 32 เธรด บนซ็อกเก็ต LGA1700 ก่อนจะออกรุ่น Core Gen 14 "Raptor Lake Refresh" ในปีถัดมา ซึ่งยังคงใช้จำนวนคอร์เท่าเดิม แต่มีการปรับปรุงความเร็วสัญญาณนาฬิกา ความเร็ว Ring Bus และการเพิ่มความเร็ว Boost
ตัวอย่างเช่น
- Core i9-13900KS มีความเร็ว Boost สูงสุด 6.0 GHz
- Core i9-14900KS เพิ่มเป็น 6.2 GHz
แม้จะไม่ใช่สถาปัตยกรรมรุ่นล่าสุด แต่ยังคงให้ประสิทธิภาพที่เพียงพอสำหรับการเล่นเกมและการใช้งานทั่วไป
อาจเพิ่มกำลังผลิต Core Gen 10 และ Gen 12 ด้วย
รายงานยังระบุว่า Intel มีแผนเพิ่มการจัดส่งซีพียู Core Gen 10 และ Core Gen 12 เช่นกัน แต่จะเน้นการเพิ่มกำลังการผลิตไปที่ Core Gen 13 และ Gen 14 เป็นหลัก เนื่องจากยังมีความต้องการสูงในตลาด
การตัดสินใจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มรุ่นเก่าที่ยังรองรับ DDR4 กำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนหน่วยความจำ DDR5 ยังอยู่ในระดับสูง และผู้ใช้จำนวนมากต้องการอัปเกรดระบบในงบประมาณที่คุ้มค่ามากกว่า
หากรายงานนี้เป็นจริง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดพีซีกำลังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นของแพลตฟอร์มมากขึ้น ท่ามกลางภาวะราคาหน่วยความจำที่ยังผันผวน และความต้องการฮาร์ดแวร์ที่ยังคงแข็งแกร่งในปี 2026
ที่มา: IT Home



