มีรายงานว่าเหล่าสแกัลเปอร์กำลังใช้เว็บสแครปเปอร์เพื่อทำกำไรอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางวิกฤติชิปหน่วยความจำและสตอเรจที่กำลังรุนแรงอยู่ในขณะนี้
ตามข้อมูลจาก DataDome บริษัทที่ให้บริการป้องกันเว็บไซต์และทรัพย์สินออนไลน์จากการโจมตีอัตโนมัติผ่านบอทและ AI ระบุว่าพบปฏิบัติการหนึ่งที่คอยดึงข้อมูลราคาล่าสุดของโมดูลหน่วยความจำและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยส่งคำขอไปยังหน้าเว็บทุก ๆ 6.5 วินาที หรือมากกว่า 550 ครั้งต่อหน้า ส่งผลให้รวมแล้วมากกว่า 50,000 คำขอต่อชั่วโมง
บริษัทระบุว่าสามารถบล็อกคำขอจากบอทสแกัลเปอร์ดังกล่าวได้มากกว่า 10 ล้านครั้ง แม้ว่าบอทจะใช้เทคนิคขั้นสูง เช่น cache-busting (การใส่พารามิเตอร์เฉพาะในแต่ละคำขอเพื่อเลี่ยงการดึงข้อมูลจากแคช) และควบคุมความถี่ของการร้องขอให้อยู่ต่ำกว่าค่าที่เว็บไซต์ใช้เป็นเกณฑ์เตือนภัยก็ตาม
สิ่งที่น่าสนใจคือ บอทดังกล่าวไม่ได้ดูเฉพาะสินค้าผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังไล่ดูข้อมูลในหลายระดับของซัพพลายเชน ตั้งแต่ซ็อกเก็ต DIMM, คอนเนกเตอร์ CAMM2 ไปจนถึงโมดูลหน่วยความจำเกรดอุตสาหกรรมสำหรับธุรกิจแบบ B2B
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สแกัลเปอร์ฉวยโอกาสจากสถานการณ์สินค้าขาดตลาดในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ก่อนหน้านี้เคยเกิดกับสินค้าหลายรายการ เช่น การพรีออเดอร์ Sony PlayStation 5 Pro รุ่นครบรอบ 30 ปี, การ์ดจอ RTX 5090 หลังเปิดตัวไม่นาน, MSI RTX 5090 Lightning Z รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน รวมถึงการนำชุดแรม DDR5 ไปขายต่อใน eBay ในราคาสูงกว่าปกติถึง 7 เท่า
แต่สิ่งที่น่ากังวลในกรณีนี้คือ ลักษณะของปฏิบัติการที่ดูเหมือนเป็นการโจมตีที่มีการวางแผนโดยองค์กรที่มีเครื่องมือบอทขั้นสูง
DataDome ระบุว่าบอทใช้รูปแบบการทำงานเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ โดยทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน รวมถึงใช้เทคนิค cache-busting เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับข้อมูลล่าสุด ไม่ใช่ข้อมูลจากแคช อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณชัดเจนว่าเป็นบอทอัตโนมัติ เช่น
-
เจาะจงเฉพาะหน้าสินค้า RAM เท่านั้น
-
ไม่ใช้งานฟีเจอร์อื่นของเว็บไซต์ เช่น การค้นหา หรือรถเข็นสินค้า
-
ปริมาณทราฟฟิกไม่เปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา ไม่มีการลดลงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือเพิ่มขึ้นช่วงหัวค่ำ
-
เมื่อเกิดปัญหาทางเทคนิค ทราฟฟิกลดลงอย่างมากไม่กี่นาที ก่อนกลับมาเต็มกำลัง 100% ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ใช้งานจริง
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังกดดันอุตสาหกรรมหน่วยความจำและสตอเรจอย่างหนัก ปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์คาดว่าจะใช้หน่วยความจำเกือบ 70% ของอุปทานโลกในปีนี้ ทำให้ภาคส่วนอื่นมีสต็อกจำกัด
หากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้า นักวิเคราะห์บางรายมองว่าอาจทำให้พีซีระดับเริ่มต้นหายไปจากตลาดภายในปี 2028
แม้ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำอย่าง Micron, Samsung และ SK hynix จะถูกคาดหวังให้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อช่วยพยุงราคา แต่การสร้างโรงงานใหม่และไลน์ผลิตต้องใช้เวลาหลายเดือนหรืออาจเป็นปี จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น
ที่มา: Tom's Hardware



