Michael Dell เตือนวิกฤตแรมยังไม่จบ! ปี 2027 อาจหนักกว่าเดิม เผยออเดอร์เซิร์ฟเวอร์ AI ค้างส่งกว่า 3.2 ล้านล้านบาท โรงงานใหม่ต้องรอถึงปี 2029–2030
Michael Dell ประธานและซีอีโอของ Dell Technologies เตือนว่า วิกฤตหน่วยความจำขาดแคลนอาจรุนแรงขึ้นในปี 2027 เนื่องจากการลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI ทั่วโลกยังคงดูดซับกำลังการผลิต DRAM และหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเพิ่มกำลังผลิตจากโรงงานแห่งใหม่อาจยังไม่ช่วยบรรเทาปัญหาได้อย่างมีนัยสำคัญจนถึงช่วงปี 2029–2030
ในการให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal นั้น Michael Dell ระบุว่า ปัญหาของบริษัทไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนลูกค้า แต่เป็นข้อจำกัดด้านการจัดหาหน่วยความจำ โดย Dell มีคำสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ยังส่งมอบไม่เสร็จคิดเป็นมูลค่าราว 95,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.23 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นยอดคำสั่งซื้อค้างส่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ตลาด AI จะมีความต้องการฮาร์ดแวร์สูงมาก แต่ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ก็ไม่สามารถเปลี่ยนคำสั่งซื้อให้เป็นสินค้าสำเร็จรูปได้ทันที หากยังขาดชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน่วยความจำ
AI แย่งทั้ง HBM และ DRAM จนผลิตเซิร์ฟเวอร์ไม่ทัน
เซิร์ฟเวอร์ AI ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมาก โดยเฉพาะ HBM ที่ติดตั้งร่วมกับชิปเร่งการประมวลผล AI เพื่อรองรับการรับส่งข้อมูลด้วยแบนด์วิดท์สูง ขณะเดียวกัน ตัวเซิร์ฟเวอร์ยังต้องใช้ DRAM ทั่วไปเพื่อรองรับซีพียูและการทำงานของระบบด้วย
เมื่อบริษัทเทคโนโลยีเร่งลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ กำลังการผลิตของผู้ผลิตหน่วยความจำจึงถูกจัดสรรไปยังผลิตภัณฑ์ที่รองรับตลาด AI มากขึ้น ส่งผลให้การจัดหา DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นตึงตัวตามไปด้วย
สำหรับ Dell ปัญหานี้มีผลโดยตรงต่อการส่งมอบผลิตภัณฑ์ เพราะแม้จะมีคำสั่งซื้อรออยู่ในมือจำนวนมหาศาล แต่หากจัดหาหน่วยความจำได้ไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถประกอบเซิร์ฟเวอร์ให้เสร็จและส่งมอบแก่ลูกค้าได้ตามต้องการ
สร้างโรงงานใหม่ต้องใช้เวลา 4 ปี วิกฤตอาจยืดเยื้อถึงปี 2030
Michael Dell ประเมินว่า การสร้างโรงงานผลิตหน่วยความจำแห่งใหม่ต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปี ตั้งแต่การลงทุนและก่อสร้างไปจนถึงการติดตั้งเครื่องจักรและเพิ่มกำลังผลิตให้พร้อมใช้งานจริง
ด้วยเหตุนี้ Dell จึงไม่คาดหวังว่าจะมีอุปทานใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก่อนปี 2029 หรือ 2030 ซึ่งหมายความว่าตลาดอาจต้องเผชิญแรงกดดันด้านหน่วยความจำต่อไปอีกหลายปี
มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับคำเตือนจากผู้บริหารของบริษัทหน่วยความจำรายใหญ่เช่นกัน โดยซีอีโอของ Micron เคยระบุว่า ภาวะอุปทานหน่วยความจำในปี 2027 และ 2028 อาจตึงตัวกว่าปี 2026 ขณะที่ซีอีโอของ SK hynix ก็คาดการณ์ว่าปัญหาขาดแคลนอาจลากยาวไปจนถึงปี 2030
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาดังกล่าวเป็นการประเมินจากผู้บริหารและสถานการณ์อุตสาหกรรมในปัจจุบัน ไม่ได้หมายความว่าหน่วยความจำทุกประเภทจะขาดตลาดอย่างรุนแรงเท่ากันตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เพราะระดับอุปทานยังขึ้นอยู่กับการเพิ่มกำลังผลิต การจัดสรรสินค้า และความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงเวลา
Dell ปรับวิธีซื้อแรม ลดความเสี่ยงจากการกักตุนสต็อก
ท่ามกลางข้อจำกัดด้านอุปทาน Dell กำลังปรับแนวทางจัดซื้อหน่วยความจำด้วยการพยายามซื้อ DRAM ให้ใกล้กับช่วงประกอบสินค้าขั้นสุดท้ายมากขึ้น แทนที่จะจัดซื้อและกักเก็บชิ้นส่วนไว้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน
บริษัทให้ความสำคัญกับข้อตกลงจัดซื้อระยะยาว (Long-Term Agreements: LTAs) เพื่อเพิ่มความแน่นอนในการเข้าถึงชิ้นส่วนสำคัญ และช่วยให้สามารถวางแผนผลิตเซิร์ฟเวอร์ได้ดีขึ้น
แนวทางนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการถือครองสินค้าคงคลังจำนวนมากในช่วงที่ราคาและอุปทานหน่วยความจำผันผวน แต่ยังไม่มีข้อมูลเปิดเผยอย่างชัดเจนว่ากลยุทธ์ดังกล่าวครอบคลุมผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์สำหรับผู้บริโภคของ Dell มากน้อยเพียงใด
แรมแพงจนพีซีต้องขึ้นราคา ผู้ใช้ประกอบคอมกระทบหนัก
ผลกระทบจากวิกฤตหน่วยความจำไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI เพราะผู้บริโภคที่ประกอบคอมพิวเตอร์เองก็ต้องรับมือกับราคา RAM และ SSD ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน
รายงานตลาดบางชุดระบุว่า ราคาหน่วยความจำพุ่งขึ้นเกือบ 500% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แม้ตัวเลขจริงจะแตกต่างกันไปตามประเภทชิป รุ่นผลิตภัณฑ์ และช่วงเวลาที่ใช้เปรียบเทียบก็ตาม
ก่อนหน้านี้ Dell ปรับขึ้นราคาพีซีประมาณ 15–20% ในช่วงปลายปี 2025 เพื่อรับมือกับต้นทุนหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่มีรายงานว่าบริษัทกำลังปรับราคาโม니เตอร์บางรุ่นอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2026
เมื่อผู้ผลิตต้องจ่ายต้นทุนชิ้นส่วนแพงขึ้น ทางเลือกหลักมีทั้งการยอมรับอัตรากำไรที่ลดลง การปรับลดต้นทุนส่วนอื่น หรือการส่งผ่านภาระไปยังผู้ซื้อผ่านราคาขายปลีก
หากสถานการณ์ขาดแคลนรุนแรงขึ้นในปี 2027 ก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายอื่นจะต้องปรับราคาตามไปด้วย โดยเฉพาะในตลาดพีซีประกอบที่ผู้ซื้อเลือกซื้อแรมและ SSD แยกชิ้นได้โดยตรง
ปี 2027 อาจเป็นบททดสอบใหญ่ของตลาดพีซีและเซิร์ฟเวอร์
สิ่งที่ Michael Dell เตือนจึงไม่ใช่แค่ปัญหาของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายของห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ทั้งระบบ เพราะ AI กำลังเพิ่มความต้องการทรัพยากรหน่วยความจำในอัตราที่ผู้ผลิตไม่สามารถขยายกำลังผลิตได้ทันในระยะสั้น
สำหรับตลาดเซิร์ฟเวอร์ ความต้องการที่สูงไม่ได้รับประกันว่าจะส่งมอบสินค้าได้ทันเวลา ขณะที่ตลาดพีซีสำหรับผู้บริโภคก็อาจเผชิญราคาที่สูงขึ้นและการชะลอการอัปเกรด
สรุป: Michael Dell คาดว่าวิกฤตหน่วยความจำอาจหนักขึ้นในปี 2027 ขณะที่กำลังผลิตใหม่จากโรงงานแห่งต่าง ๆ ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเข้ามาช่วยตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ โดย Dell มีคำสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI ค้างส่งประมาณ 3.23 ล้านล้านบาท และกำลังใช้ทั้งการจัดซื้อใกล้ช่วงประกอบสินค้าและสัญญาระยะยาวเพื่อลดความเสี่ยงด้านอุปทาน ส่วนผู้บริโภคทั่วไปยังต้องจับตาว่าราคา RAM, SSD และพีซีจะปรับตัวสูงขึ้นอีกมากน้อยเพียงใดในปีหน้า
ที่มา: HardwareLuxx



