สวัสดีชาวโอเวอร์คล็อกโซนครับ ตอนนี้เราอยู่ในยุคของ Intel Core Ultra บนแพลตฟอร์ม LGA1851 ที่ใช้กระบวนการผลิต TSMC N3B (3nm) และยังคงแนวทาง Hybrid Core แบบไม่มี Hyper-Threading เหมือน Arrow Lake รุ่นแรก แต่ในปี 2026 นี้ Intel ไม่ได้มาแบบเดิมอีกต่อไป กับการเปิดตัว Arrow Lake Refresh หรือ Core Ultra 200S Plus ที่ถือเป็นการ “แก้เกม” ครั้งสำคัญ โดยโฟกัสไปที่ 3 จุดหลักแบบชัดเจน
-
เพิ่มจำนวนคอร์ (โดยเฉพาะ E-Core)
-
ปรับปรุง Memory + ลด Latency
-
เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ Intel Binary Optimization Tool (iBOT)
ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ Core Ultra 5 250K Plus และ Core Ultra 7 270K Plus กลายเป็น CPU ที่ “น่าสนใจขึ้นแบบจับต้องได้” ทั้งสายเกมและสายทำงาน
สเปกโดยรวม (จุดต่างที่สำคัญ)
Core Ultra 5 250K Plus
-
18 คอร์ 18 เธรด
-
P-Core 6 / E-Core 12
-
Boost สูงสุด 5.3 GHz
-
TDP 125W / สูงสุด 159W
Core Ultra 7 270K Plus
-
24 คอร์ 24 เธรด
-
P-Core 8 / E-Core 16
-
Boost สูงสุด 5.4 GHz
-
TDP 125W / สูงสุด 250W
สิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือ E-Core เพิ่มขึ้นแบบจริงจัง ส่งผลโดยตรงกับงาน Multithread และความลื่นไหลของระบบโดยรวม
.jpg)
จุดเด่นสำคัญ: Intel Binary Optimization Tool (iBOT)
หนึ่งใน “ไพ่ลับ” ของ Intel รอบนี้คือ iBOT
แนวคิดคือ:
ปรับแต่งโปรแกรมระดับ Binary (.exe) โดยอัตโนมัติ
→ โดย “ไม่ต้องแก้โค้ด” และ “ไม่ต้องรอแพตช์เกม”
มันทำอะไรได้บ้าง?
-
วิเคราะห์ instruction ของโปรแกรม
-
ปรับ execution path ใหม่
-
Optimize cache / pipeline / thread usage
สรุปง่าย ๆ:
เหมือนมี AI มาช่วย “รีดพลัง CPU ให้เกมเก่าแรงขึ้น”
ผลลัพธ์ที่ Intel เคลม
-
เกมแรงขึ้นเฉลี่ย ~15%
-
บางเกมพุ่งได้ถึง +39%
.jpg)
Performance: สายทำงาน (Multithread)
Intel เคลมว่า “Up to 2x Multithread Performance”
จากผล Benchmark:
-
Cinebench / Blender / 3DMark CPU Profile
→ คะแนนเพิ่มขึ้นระดับ 80–100%+ ในบางงาน
วิเคราะห์
-
E-Core ที่เพิ่มขึ้น = ตัวแบกงานหนัก
-
เหมาะกับ:
-
Render 3D
-
ตัดต่อวิดีโอ
-
งาน AI / Simulation
-
โดยเฉพาะ 270K Plus คือชัดมากว่า “สายโปรดักชันตัวจริง”
.jpg)
.jpg)
Gaming Performance
การทดสอบที่ความละเอียด 2K:
-
เฟรมเรตเพิ่มเฉลี่ย ~10–15%
-
บางเกม (เช่น Tomb Raider) ได้ +30%+
จุดที่เห็นผลชัด
-
Frame Time ดีขึ้น (นิ่งขึ้น)
-
เกมเก่าที่ไม่ optimize ดี → ได้ประโยชน์จาก iBOT
ประสบการณ์ใช้งานจริง
-
เล่นเกมระดับ 200–400 FPS ได้จริงในบางเกม
-
โดยเฉพาะสาย:
-
FPS
-
Racing
-
Competitive gaming
-
ถ้าใครเล่นจอรีเฟรชเรทสูง จะ “สัมผัสได้ทันที”
| Core Ultra 9 285K | Core Ultra 7 270K Plus | Core Ultra 7 265K | Core Ultra 5 250K Plus | Core Ultra 5 245K | |
| Core | 24 | 24 | 20 | 18 | 14 |
| P-Core | 8 | 8 | 8 | 6 | 6 |
| E-Core | 16 | 16 | 12 | 12 | 8 |
| Threads | 24 | 24 | 20 | 18 | 14 |
| Thermal Velocity Boost | 5.7 Ghz | - | - | - | - |
| Turbo Boost Max 3.0 | 5.6 Ghz | 5.5 Ghz | 5.5 Ghz | - | - |
| Max turbo freq of P-core | 5.5 Ghz | 5.4 Ghz | 5.4 Ghz | 5.3 Ghz | 5.2 Ghz |
| Max turbo freq of E-core | 4.6 Ghz | 4.7 Ghz | 4.6 Ghz | 4.6 Ghz | 4.6 Ghz |
| Base of P-Core | 3.7 Ghz | 3.7 Ghz | 3.9 Ghz | 4.2 Ghz | 4.2 Ghz |
| Base of E-Core | 3.2 Ghz | 3.2 Ghz | 3.3 Ghz | 3.3 Ghz | 3.6 Ghz |
| Cache | 36 MB Smart Cache | 36 MB Smart Cache | 30 MB Smart Cache | 30 MB Smart Cache | 24 MB Smart Cache |
| L2 Cache | 40 MB | 40 MB | 36 MB | 30 MB | 26 MB |
| Base Power | 125 W | 125 W | 125 W | 125 W | 125 W |
| Turbo Power | 250 W | 250 W | 250 W | 159 W | 159 W |
| CPU lithography | TSMC N3B | TSMC N3B | TSMC N3B | TSMC N3B | TSMC N3B |
| Memory | DDR5 6400 MT/s | DDR5 7200 MT/s | DDR5 6400 MT/s | DDR5 7200 MT/s | DDR5 6400 MT/s |
| GPU TOPS | 13 | 13 | 13 | 13 | 13 |
| Graphics | Intel Graphics | Intel Graphics | Intel Graphics | Intel Graphics | Intel Graphics |
| NPU | Intel AI Boost | Intel AI Boost | Intel AI Boost | Intel AI Boost | Intel AI Boost |
| Intel iBOT | - | Yes | - | Yes | - |
ตรางสเปคเทียบระหว่าง Core Ultra และ Core Ultra Plus
Package & Bundled



Intel Core Ultra 5 (กล่องฝั่งซ้าย) และ Intel Core Ultra 7 (กล่องฝั่งขวา) ตัวแพ็กเกจเป็นโทนสีฟ้า-เขียวแบบมินิมอล มีช่องหน้าต่างใสให้เห็นตัวซีพียูจริงด้านใน ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ใช้สื่อถึงความพรีเมียมและความทันสมัยของผลิตภัณฑ์
CPU Detail


แพ็คเกจ LGA 1851 ที่จะมีการใช้กับ Intel Core Ultra 200 และ Intel Core Ultra 200 Plus

เทียบ Intel Core Ultra 5 250K Plus และ Intel Core Ultra 5 245K ที่ด้านภายนอกยังไม่มีความต่าง

เทียบ Intel Core Ultra 5 250K Plus และ Intel Core Ultra 5 245K ที่ด้านหลังยังไม่มีความแตกต่าง

ข้อมูลจาก AIDA64 ที่แจ้งในส่วนซีพียูได้ครบถ้วย

ระบุชัดเจนถูกต้องในเรื่อง P-Core และ E-Core

กราฟฟิกในตัว ที่ความสามารถมันน่าสนใจมาก ทั้งสองรุ่นไม่มีความต่างกัน

ตัวด้านซ้ายคือ Intel Core Ultra 5 250K Plus และ ตัวด้านขวาคือ Intel Core Ultra 7 270K Plus จากโปรแกรม CPU-z
System Setup

ระบบที่ใช้ในการทดสอบ
- M/B : MSI MAG Z890 Tomahawk WIFI
- VGA : NVIDIA GeFoce RTX 5090
- Memory : G.Skill TridentZ5 RGB 32GB 7200
- CPU Cooler : ROG STRIX LC II 280 ARGB
- SSD : Kingmax PQ4480 1TB
- PSU : Thermaltake M1650
- OS : Windows 11 Pro 25H2

บรรยากาศขณะการทดสอบ
Performance Test

























การเล่นเกม
โดยภาพรวมของ Intel Binary Optimization Tool (iBOT) สามารถตอบสนองการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี ที่ผมทดสอบที่ความละเอียด 2K เป็นจุดที่ผมเล่นเป็นประจำ โดยภาพรวมที่ทำออกมาได้ดีครับ ยึ่งเกมที่เปิดเฟรมเจนภาพยิ่งลื่น ช่วงนี้ผมกำลังติดการเล่นเกมที่เฟรมเรทสูงๆ เช่นการขับรถที่เฟรมเรทในช่วง 2XX - 4XX แต่บางเกมที่ขุนไม่ขึ้นก็มี แต่มี Intel Binary Optimization Tool (iBOT) ดีกว่าไม่มี หรือ รอการอัพเดทประสิทธิภาพได้





ความร้อน

ในช่วงอากาศร้อนในประเทศไทย ในการทดสอบแบบห้องไม่เปิดแอร์ในช่วงเย็นจนถึงเช้า ความร้อนของ Core Ultra 5 250K Plus ในใช้งานร่วมกับชุดน้ำสองตอนแบบมีคุณภาพ ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้ แต่ Core Ultra 7 270K Plus ถ้าทางที่ดีคุยกับชุดน้ำ 3 ตอน หม้อน้ำ 360 หรือ 420 จะดีกว่า ในการทดสอบมันพักร้อนสะสมได้
การกินไฟ

ความร้อน & การใช้พลังงาน
Core Ultra 5 250K Plus
-
คุมความร้อนได้ดี
-
ใช้ชุดน้ำ 2 ตอนก็เอาอยู่
Core Ultra 7 270K Plus
-
เริ่มมี “ความร้อนสะสม”
-
แนะนำ:
-
ชุดน้ำ 360 / 420
-
หรือระบบระบายความร้อนระดับสูง
-
กินไฟมากขึ้นตาม performance (แฟร์)
Conclusion
Core Ultra 5 250K Plus เป็นซีพียูสายคุ้ม เล่นเกม + ทำงาน งบกลาง ๆ แต่ต้องการแรง “Best Value CPU ปี 2026 ตัวหนึ่ง” และ Core Ultra 7 270K Plus สายเกม + สตรีม สาย Productivity หนัก ต้องการ CPU ตัวเดียวจบ “ตัวแรงที่ราคาฆ่าคู่แข่ง” สรุปแบบตรงไปตรงมา Intel รอบนี้ “แก้ของมาถูกจุด” จาก Arrow Lake รุ่นแรกที่โดนมองว่า “ยังไม่สุด” กลายเป็น CPU ที่แรงขึ้น คุ้มขึ้น เล่นเกมดีขึ้น Multi-core โหดขึ้น โดยเฉพาะ 250K Plus คือ CPU ที่ “คุ้มจน AMD ต้องมอง” 250K Plus = ตัวคุ้มแห่งปี 270K Plus = ตัวแรงราคาดี ในยุค 2027 ที่ต้องมองที่ราคา เป็นหลัก เพราะจะมา Core Ultra 200S Plus จะต้องใช้ เมนบอร์ด LGA 1851 และ แรม DDR5
ใครกำลังมองหา CPU ใหม่ในปี 2026 บอกเลยว่า Core Ultra 200S Plus คือ “รุ่นที่ Intel กลับมาน่ากลัวอีกครั้ง” วันนี้ผมก็ต้องขอลากันแต่เพียงเท่านี้ สวัสดีครับ
Special Thanks : INTEL (THAILAND)



