ผู้ผลิตหน่วยความจำทั่วโลกกำลังปรับกลยุทธ์ไปสู่สินค้าความจุสูง ส่งผลให้ Macronix จากไต้หวัน กลายเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์หลัก
รายงานระบุว่า หลัง Samsung ถอนตัวจากตลาด MLC NAND ส่วนแบ่งรายได้ NAND ของ Macronix เพิ่มจาก 21% เป็น 30% ในไตรมาส 1 ปี 2026 โดยรายได้พุ่งขึ้น 90% QoQ และ 382% YoY
ขณะเดียวกัน Commercial Times อ้างคำพูดของประธานบริษัท Miin Wu ว่า การขาดแคลนสินค้าในกลุ่มความจุ 4Gb–32Gb ซึ่ง Macronix เป็นผู้เล่นหลัก ได้กระตุ้นดีมานด์ทดแทนอย่างมาก ส่งผลให้รายได้ eMMC เพิ่มขึ้น 94% QoQ และเกือบ 40 เท่า YoY
Macronix ได้ปรับขึ้นราคาทั้ง NOR Flash และ SLC NAND พร้อมเปลี่ยนมาใช้โมเดลเจรจาราคาทุกเดือน เพื่อรับมือกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดย Liberty Times ระบุว่า ภาวะขาดแคลน NAND อย่างหนักยังคงหนุนให้ราคาปรับขึ้นต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่แต่ละไตรมาสของปีนี้จะดีกว่าไตรมาสก่อน
ด้าน TechNews ระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากฝั่งอุปทาน เช่น Kioxia และ Micron ที่ทยอยถอนตัวจากตลาด SLC NAND รวมถึงการตึงตัวของ NOR Flash ซึ่งคาดว่าราคาสัญญาของ Macronix อาจพุ่งขึ้นเกือบ 100% ในไตรมาส 2
ในไตรมาส 1 Macronix มีรายได้รวม 10,469 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้น 35% QoQ และ 71% YoY อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 40.8% กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,779 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน และ EPS อยู่ที่ 0.90
ด้านโครงสร้างรายได้ NOR Flash ยังคงเป็นสัดส่วนหลักที่ 58% ขณะที่ NAND เพิ่มเป็น 30% ส่วน ROM และธุรกิจ Foundry อยู่ที่ประมาณ 8% และ 4% ตามลำดับ
ในเชิงเทคโนโลยี บริษัทกำลังผลิต 96-layer 3D NAND อย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่ 192-layer ใกล้เสร็จ และ 300+ layer อยู่ระหว่างพัฒนา พร้อมตั้งเป้าส่งตัวอย่าง eMMC สำหรับยานยนต์ในช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2027
อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตเริ่มตึงตัว โดยโรงงานเวเฟอร์ 12 นิ้วของบริษัทใช้งานเต็มกำลังแล้ว และมีข้อจำกัดจากการขาดแคลนอุปกรณ์ในอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการขยายโรงงานของ TSMC
ปัจจุบันกำลังการผลิตของ Macronix อยู่ที่ราว 25,000 เวเฟอร์ต่อเดือน และคาดว่าจะใช้งานเต็มกำลังในช่วงครึ่งหลังของปี โดยงบลงทุน 22,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน จะเน้นไปที่การขยาย eMMC เป็นหลัก และยังไม่มีแผนเพิ่มงบในตอนนี้
ที่มา: TrendForce



