สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐฯ (NIST) ออกคำเตือนเมื่อวันที่ 22 ว่า บริการเวลาอ้างอิงผ่านเครือข่ายสาธารณะของ NIST “ไม่สามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิงเวลาที่แม่นยำได้อีกต่อไป” หลังจากเกิดไฟฟ้าดับเป็นเวลานานภายในเขตศูนย์ NIST ส่งผลให้นาฬิกาอะตอมหลัก NIST-F4 เกิดการคลาดเคลื่อน และขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติได้เมื่อใด
เป็นที่ทราบกันว่า บริการบอกเวลาของ NIST ถือเป็นหนึ่งในแหล่งอ้างอิงเวลาที่สำคัญของโลก โดยใช้นาฬิกาอะตอม NIST-F4 ซึ่งอาศัยอะตอมซีเซียมในการวัดความยาวของหนึ่งวินาทีอย่างแม่นยำ เพื่อนำไปใช้เป็นฐานเวลาให้กับระบบ GPS ศูนย์ข้อมูล ระบบโทรคมนาคม ระบบไฟฟ้า ภาคการเงิน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งต้องการความแม่นยำระดับต่ำกว่าหนึ่งวินาที เพื่อให้การทำงานและข้อมูลทั่วโลกซิงโครไนซ์กันอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ NIST ยังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานด้านการให้เวลาที่สำคัญ และโดยค่าเริ่มต้น ระบบ Windows ก็ใช้บริการซิงค์เวลาของ NIST เช่นกัน
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม เกิดไฟฟ้าดับเป็นเวลานานในพื้นที่ของ NIST โดยมีสาเหตุจากลมแรงทำให้สายไฟเสียหาย ส่งผลให้มีการตัดไฟเชิงป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงจากไฟไหม้ อย่างไรก็ตาม ระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่สำคัญกลับขัดข้อง ทำให้นาฬิกาอะตอม NIST-F4 ต้องหยุดทำงานและเกิดความคลาดเคลื่อน
NIST ระบุว่า เซิร์ฟเวอร์ time-ab.nist.gov ถึง time-eb.nist.gov รวมถึง ntp-b.nist.gov ซึ่งใช้สำหรับบริการบอกเวลาผ่านเครือข่าย NTP ได้รับผลกระทบ แม้เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้อาจยังตอบสนองต่อคำขอจากเครือข่ายได้ แต่แหล่งเวลาที่อ้างอิงอยู่อาจไม่ถูกต้องหรือไม่แม่นยำ และขณะนี้กำลังพิจารณาปิดเซิร์ฟเวอร์เหล่านี้ทั้งหมดชั่วคราว
เหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งนี้ทำให้เวลา UTC เกิดการคลาดเคลื่อนประมาณ 4 ไมโครวินาที ซึ่งสำหรับผู้ใช้ทั่วไปหรือระบบระดับองค์กรส่วนใหญ่ ความคลาดเคลื่อนในระดับนี้แทบจะไม่สังเกตเห็นได้ แต่สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการความแม่นยำสูงมาก เช่น งานด้านวิทยาศาสตร์หรือการเงิน ระบบที่ต้องพึ่งพาการซิงค์เวลาอย่างเข้มงวด อาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ปัจจุบัน NIST ยังไม่ได้ประกาศกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะสามารถกู้คืนและกลับมาให้บริการได้อย่างสมบูรณ์เมื่อใด
ที่มา: HKEPC



