ในงานเปิดตัว Tesla P100 นั้น Jensen Huang ได้อธิบายถึงศักยภาพของ Pascal ในมุมของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยมองว่า AI จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของมนุษยชาติ เช่น การรักษามะเร็ง การทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างเครื่องจักรอัจฉริยะ
ในด้านประสิทธิภาพ Pascal ถือว่าก้าวกระโดดอย่างมาก โดย Tesla P100 ถูกระบุว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเทรนโครงข่ายประสาท (Neural Network) ได้มากกว่า 12 เท่า เมื่อเทียบกับสถาปัตยกรรม Maxwell รุ่นก่อนหน้า
GPU Pascal ใช้เทคโนโลยีการผลิต 16nm FinFET มีทรานซิสเตอร์ถึง 15.3 พันล้านตัว รองรับหน่วยความจำ HBM2 ผ่านเทคโนโลยี CoWoS ให้แบนด์วิดท์สูงถึง 720GB/s และสามารถเชื่อมต่อการ์ดได้สูงสุด 8 ตัวผ่าน NVLink
สำหรับเกมเมอร์ การมาของ Pascal เริ่มต้นในปี 2016 ด้วยการเปิดตัว GeForce GTX 1080 ซึ่งเป็นการ์ดจอรุ่นแรกที่สามารถเล่นเกมระดับ 4K และ VR ได้อย่างลื่นไหลในระดับตั้งค่ากราฟิกสูง
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ส่วนใหญ่ได้สัมผัส Pascal ผ่าน GeForce GTX 1060 รุ่น 6GB ที่เปิดตัวในราคาประมาณ 250 ดอลลาร์ โดยให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการ์ดเรือธงรุ่นก่อนอย่าง GeForce GTX 980 แต่ใช้พลังงานเพียง 120W และมีราคาถูกกว่ามาก
หนึ่งปีต่อมา การ์ดตัวท็อปของ Pascal อย่าง GeForce GTX 1080 Ti พร้อม VRAM 11GB ก็เปิดตัว โดยให้ประสิทธิภาพระดับ Titan X แต่มีราคาถูกลงถึง 500 ดอลลาร์
ในช่วงเปิดตัว Pascal เห็นได้ชัดว่า NVIDIA เริ่มขยายธุรกิจไปยังดาต้าเซ็นเตอร์และ AI มากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเกมเมอร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งมุมมองนี้ในปัจจุบันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น เมื่อการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มักเน้นไปที่ AI และดาต้าเซ็นเตอร์เป็นหลัก
ทั้งนี้ GPU สถาปัตยกรรม Pascal ได้ถูกยุติการรองรับไดรเวอร์ Game Ready ใหม่ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ยังคงได้รับอัปเดตด้านความปลอดภัยรายไตรมาสไปจนถึงเดือนตุลาคม 2028