รายงานราคาสัญญา NAND Flash ประจำเดือนพฤศจิกายน โดยระบุว่าความต้องการ SSD จากบริษัทด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ผลิต NAND รายใหญ่ต้องจัดสรรกำลังการผลิตไปยังสินค้าระดับไฮเอนด์และระดับองค์กรที่ทำกำไรสูงกว่า ส่งผลให้ตลาดผู้บริโภคทั่วไปขาดแคลน NAND Flash อย่างหนัก ราคาสัญญา NAND wafer เดือนพฤศจิกายนจึงพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 60% และแนวโน้มปรับขึ้นได้ลามไปทุกความจุของ TLC และ QLC
รายงานชี้ว่า ความต้องการ NAND ยังคงถูกขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรม AI ขณะที่ซัพพลายเออร์ให้ความสำคัญกับกำไรสูงจากสินค้าองค์กรและสินค้าไฮเอนด์มากขึ้น ส่วนกำลังการผลิตในโหนดการผลิตรุ่นเก่าถูกเร่งตัดทิ้ง ทำให้ปริมาณเวเฟอร์ยิ่งตึงตัว เมื่อโรงงานผู้ผลิตเป็นฝ่ายคุมเกมราคา และสถานการณ์ขาดแคลนแก้ไขได้ยากในระยะสั้น จึงคาดว่า ราคาสัญญาเดือนธันวาคมจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป
รายละเอียดแนวโน้มราคาของเดือนพฤศจิกายนระบุว่า ความต้องการ SSD ระดับองค์กรยังคงร้อนแรง โดยเฉพาะ 1Tb TLC ที่ขาดตลาดมากที่สุด ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยปรับขึ้นสูง ขณะที่ 512Gb TLC ปรับขึ้นมากที่สุดในกลุ่ม TLC ทั้งหมด เพิ่มขึ้นกว่า 65% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน เนื่องจากโหนดเก่าถูกเร่งเลิกใช้และความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ 256Gb TLC ก็กลับมาขาดแคลนจากการปิดไลน์ผลิตโหนดเก่า ทำให้ราคายังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ความต้องการสินค้าองค์กรความจุสูงและยอดส่งมอบในตลาด cold storage ที่เพิ่มขึ้น ยังทำให้ห่วงโซ่อุปทาน QLC ตึงตัวมากขึ้น โดยเฉพาะ 1Tb QLC ที่เดือนพฤศจิกายนราคาพุ่งแรง ส่วน MLC ก็ยังปรับขึ้นจากความต้องการด้านระบบควบคุมอุตสาหกรรมและตลาดผู้บริโภคที่คงที่
หลังสอบถามผู้ผลิต SSD หลายราย HKEPC ระบุว่า ราคาขาย SSD อาจเพิ่มสูงถึง 30% ภายในธันวาคม 2025 และจะลามไปยังสินค้าอื่น เช่น การ์ดหน่วยความจำด้วย และคาดว่าราคาอาจยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2026 ดังนั้นใครที่คิดจะซื้อ SSD ตอนนี้… รีบซื้อไว้ก่อน เพราะสถานการณ์มีแนวโน้มจะยิ่งแย่ลง
ที่มา: HKEPC



