YMTC คาดวิกฤตหน่วยความจำอาจลากยาวถึงปี 2029 NAND ยังแพงต่อเนื่อง
วิกฤตหน่วยความจำทั่วโลกอาจไม่ได้จบลงในเร็ว ๆ นี้ หลังมีข้อมูลจาก YMTC (Yangtze Memory Technologies Corp.) ผู้ผลิต NAND Flash รายใหญ่ของจีน ระบุว่า ภาวะขาดแคลนหน่วยความจำอาจกินเวลาต่อเนื่องไปอีก ประมาณ 3 ปี
ข้อมูลดังกล่าวมาจากบทความโปรไฟล์ของ YMTC ที่เผยแพร่โดย The Wire China โดยพนักงานของบริษัทซึ่งไม่เปิดเผยชื่อให้มุมมองว่า ตลาดหน่วยความจำยังมีแนวโน้มตึงตัวอีกเป็นเวลานาน และ YMTC ได้เริ่ม ปรับขึ้นราคาชิป พร้อมโยกกำลังการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม ต้องย้ำว่าตัวเลข 3 ปีนี้เป็น ความเห็นของพนักงาน YMTC รายหนึ่งที่ให้ข้อมูลโดยไม่เปิดเผยชื่อ ไม่ใช่การประกาศประมาณการอย่างเป็นทางการของบริษัท ดังนั้นจึงไม่ควรถือเป็น Guidance ของ YMTC โดยตรง
หากมองตามกรอบเวลานี้ ภาวะขาดแคลนอาจลากยาวไปจนถึงประมาณ ปลายปี 2029
มองไกลกว่าคาดการณ์ของ TrendForce
ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน่าจับตามอง เพราะยาวกว่าการคาดการณ์ของหลายสำนักวิจัยอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ TrendForce มองว่าตลาด NAND Flash น่าจะเริ่มมีอุปทานผ่อนคลายลงในช่วง ครึ่งหลังของปี 2027 หลังโรงงานและกำลังการผลิตใหม่เริ่มเข้าสู่ระบบ
ขณะที่ Micron มีมุมมองที่ใกล้เคียงกับ YMTC มากกว่า โดย CEO Sanjay Mehrotra ระบุว่าตลาดหน่วยความจำจะเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวอย่างมากในช่วง ปี 2027 และ 2028
ดังนั้น มุมมองจาก YMTC ที่พูดถึงการขาดแคลนต่อไปอีกสามปีจึงไม่ได้อยู่ไกลจากทิศทางของ Micron มากนัก แม้จะยาวกว่าการคาดการณ์ของ TrendForce ก็ตาม
YMTC เริ่มโยกกำลังผลิตไปหาสินค้ากำไรสูง
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การจัดสรรกำลังการผลิต
YMTC มีสถานะเป็นผู้ผลิต NAND ที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของ Counterpoint Research ระบุว่าในไตรมาส 2 บริษัทอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลกเมื่อวัดจาก ปริมาณ NAND Bit Shipments ด้วยส่วนแบ่งประมาณ 14%
แต่เมื่อวัดจากรายได้ YMTC อยู่ในอันดับที่ 5 เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีสัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับตลาด Consumer ค่อนข้างมาก
เมื่อบริษัทเริ่มโยกกำลังการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่า ก็อาจทำให้ปริมาณ NAND ที่เหลือสำหรับสินค้ากลุ่มผู้บริโภคลดลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์อย่าง Consumer SSD
พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้ YMTC เพิ่มกำลังการผลิตโดยรวม แต่หากกำลังผลิตส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปยังสินค้าที่ทำกำไรสูงขึ้น ผู้ซื้อ SSD สำหรับ PC ทั่วไปก็อาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากกำลังการผลิตใหม่
YMTC เร่งสร้างโรงงานใหม่
ในอีกด้านหนึ่ง YMTC ก็กำลังเดินหน้าขยายกำลังการผลิตอย่างจริงจัง โดยมีรายงานว่าบริษัทเตรียมเพิ่มโรงงานและพยายาม เพิ่มปริมาณการผลิตเวเฟอร์ขึ้นเป็นประมาณ 2 เท่า
การขยายกำลังการผลิตดังกล่าวมีความสำคัญต่อ YMTC โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาด NAND ถูกจับตามองอย่างหนักจากทั้งความต้องการ AI และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน Data Center
แต่กว่ากำลังการผลิตใหม่จะเข้าสู่ระบบเต็มรูปแบบก็ต้องใช้เวลา ขณะที่ความต้องการจากตลาด AI และ Enterprise Storage ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
SSD สำหรับผู้ใช้ทั่วไปอาจยังไม่ถูกลงง่าย ๆ
สำหรับผู้ใช้ PC ปัญหาที่น่ากังวลคือ อย่าคาดหวังว่า SSD จะกลับมาถูกลงอย่างรวดเร็ว
แม้บางช่วงราคา Client SSD อาจถูกกดดันจากสินค้าคงคลังและคำสั่งซื้อที่ลดลง แต่หากผู้ผลิตยังคงโยกกำลังการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า อุปทานสำหรับตลาด Consumer ก็อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่าที่คาด
ขณะเดียวกัน AI กำลังสร้างความต้องการ Storage ความจุสูงอย่างมาก โดยเฉพาะ Enterprise SSD สำหรับระบบ AI Inference, Vector Database และ Data Center
นั่นหมายความว่า แม้ตลาดผู้บริโภคจะอ่อนตัวลง แต่ความต้องการจากฝั่งองค์กรสามารถเข้ามาดูดซับกำลังการผลิตส่วนหนึ่งได้ต่อเนื่อง
ปี 2029 อาจเป็นเส้นตายที่ยาวนานกว่าที่คิด
หากมุมมองจากพนักงาน YMTC สะท้อนสถานการณ์จริงและวิกฤตหน่วยความจำยืดเยื้อไปอีกสามปี ก็หมายความว่าตลาดอาจต้องอยู่กับ DRAM และ NAND ที่มีราคาสูงและอุปทานตึงตัวจนถึงช่วงปลายปี 2029
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ควรถูกมองว่าเป็นคำพยากรณ์ที่แน่นอน เพราะตลาดหน่วยความจำสามารถเปลี่ยนแปลงได้จากทั้งการเพิ่มกำลังการผลิต ความต้องการ AI เศรษฐกิจโลก และการตัดสินใจจัดสรรกำลังผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่
แต่สำหรับคนที่กำลังวางแผนอัปเกรด Storage ในช่วงนี้ ภาพรวมที่ชัดเจนคือ การรอให้ NAND กลับไปสู่ยุคราคาถูกแบบเดิมในเร็ว ๆ นี้อาจไม่ใช่ความหวังที่สมเหตุสมผลนัก โดยเฉพาะเมื่อ AI กำลังกลายเป็นผู้บริโภคหน่วยความจำรายใหญ่ของอุตสาหกรรมมากขึ้นทุกที
ที่มา: TechPowerUp



