Forza Horizon 6 เตรียมวางจำหน่ายปลายปีนี้ และในงาน Developer_Direct ล่าสุด ที่ได้เจาะลึกเบื้องหลังการสร้างเกมภาคใหม่ล่าสุดของซีรีส์ Horizon แน่นอนว่าเรายังอยากรู้มากกว่านั้น ผมจึงได้นั่งพูดคุยกับ Torben Ellert ตำแหน่ง Design Director เพื่อพูดถึงการถ่ายทอดประเทศญี่ปุ่นออกมาอย่างงดงาม ฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดที่เพิ่มเข้ามาในภาคหลักนี้ และแนวคิดที่ Forza Horizon 6 ต้องการมอบ “อิสระในการสำรวจ” ให้ผู้เล่นอย่างแท้จริง
จุดเริ่มต้น (The Start)
ใน Forza Horizon 6 คุณจะไม่ได้เริ่มต้นในฐานะนักแข่งมืออาชีพ แต่เป็นเพียงนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง ที่มีความฝันอยากเข้าร่วมเทศกาล Horizon Festival ในประเทศญี่ปุ่น แนวทางนี้แตกต่างจากภาคก่อน ๆ อย่างชัดเจน—ใน Horizon 4 คุณไต่เต้าจากจุดเริ่มต้นในสหราชอาณาจักร ส่วน Horizon 5 ที่เม็กซิโก คุณอยู่ในจุดสูงสุดของอาชีพที่สั่งสมมาตั้งแต่ภาคก่อน
Horizon 6 ให้ความรู้สึกเหมือนการเริ่มต้นใหม่ และถูกออกแบบมาให้เข้าถึงได้ไม่ใช่แค่แฟนรถยนต์ แต่รวมถึงทุกคนที่มี “เป้าหมายใหญ่” ในชีวิต
“สุดท้ายแล้ว มันคือไอเดียที่พวกเราหลายคนรัก—การได้ไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย สถานที่ที่เราอยากค้นพบ” Ellert อธิบาย
“คุณมีแรงจูงใจในการไปญี่ปุ่นเพื่อ Horizon Festival แต่คุณไปในฐานะแฟนคนหนึ่งที่มีความฝันจะได้มีส่วนร่วม นั่นคือกรอบที่ดีมากสำหรับประสบการณ์แบบเปิดกว้าง และตั้งคำถามว่า ‘อะไรจะทำให้คุณยอมทิ้งทุกอย่าง เพื่อบินไปอีกฟากหนึ่งของโลกเพื่อไล่ตามความฝัน?’”
แนวคิดนี้ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนเพิ่งลงจากเครื่องบิน มีเพื่อนร่วมทางที่รู้จักพื้นที่ และค่อย ๆ เปิดรับโอกาสใหม่ ๆ ในโลกที่ไม่คุ้นเคย
ประเทศญี่ปุ่น (The Country)
Forza Horizon 6 พาผู้เล่นไปยังจุดหมายใหม่ของซีรีส์—ประเทศญี่ปุ่น ทั้งภูเขาอันงดงามและเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา นี่คือแผนที่ที่ทะเยอทะยานและน่าประทับใจที่สุดของทีม ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางภูเขา วิวพาโนรามา พลาซ่าเมืองที่อาบไปด้วยแสงนีออน หรือย่านท่าเรือที่หม่นเทา
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายไม่ใช่การจำลองถนนญี่ปุ่นแบบ 1:1 แต่เป็นการ “ถ่ายทอดอารมณ์และตัวตน” ของสถานที่ออกมาในโลกที่กระชับและลื่นไหลกว่า
“พื้นที่ที่สมจริง ไม่ได้หมายถึงการจำลองให้เหมือนเป๊ะ แต่มันคือความรู้สึก” Ellert กล่าว
“ขับรถในโตเกียวให้ความรู้สึกอย่างไร? สิ่งไหนที่ทำให้รู้ว่านี่คือที่นี่? จากทางด่วน มองเห็นเมืองจากระยะไกล ผ่านชานเมือง และจู่ ๆ ก็เข้าสู่ใจกลางเมืองที่รายล้อมด้วยตึกระฟ้า”
แผนที่ถูกแบ่งออกเป็นโซนชัดเจน ตั้งแต่ชานเมืองที่มีถนนแคบ โค้งขึ้นลง พร้อมสายไฟพาดผ่าน ไปจนถึงย่านท่าเรืออุตสาหกรรม และใจกลางเมืองอย่าง Shibuya Crossing, Ginza Avenue และ Tokyo Tower—all ถูกออกแบบมาให้รองรับเกมเพลย์ความเร็วสูงในแบบ Horizon
“นี่คือพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูงมาก เต็มไปด้วยแนวตั้ง กระจก ป้ายไฟนีออน และโฆษณานานาชนิด” Ellert กล่าวเสริม
“มันคือพื้นที่ที่แตกต่างทางภาพมากที่สุดที่เราเคยสร้างมาในเกม Horizon”
วัฒนธรรม (The Culture)
คุณไม่ได้เดินทางคนเดียว—เพื่อนสนิทสองคนร่วมผจญภัยไปกับคุณ Jordy แฟนมอเตอร์สปอร์ตตัวยง และ Mei ช่างแต่งรถชาวญี่ปุ่นผู้มากประสบการณ์ ซึ่งช่วยเติมมุมมองจาก “คนในพื้นที่” ให้การเดินทางครั้งนี้
Playground Games ยังได้ทำงานร่วมกับที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม Kyoko Yamashita เพื่อถ่ายทอดญี่ปุ่นอย่างเคารพและสมจริง
“การมีคนที่รู้จักพื้นที่จริง ๆ ช่วยได้มากกว่าที่นักท่องเที่ยวศึกษามาเองจะเข้าใจ” Ellert กล่าว
“มุมมองจากคนในสำคัญมากในการสร้างสถานที่ให้มีชีวิต”
สมุดบันทึก (The Journal)
ระบบสายรัดข้อมือ (wristband progression) ยังคงอยู่ แต่ Horizon 6 เพิ่มวิธีการก้าวหน้าใหม่ที่ผูกเข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่น—Collection Journal แรงบันดาลใจจากการสะสมตราประทับ (stamp collecting)
เมื่อค้นพบจุดน่าสนใจ ภาพถ่าย ภาพจิตรกรรมฝาผนัง หรือแลนด์มาร์ก ข้อมูลจะถูกบันทึกใน Journal และส่งผลต่อความคืบหน้าใน Horizon Festival
“เราต้องการประสบการณ์แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ แต่มีโครงสร้าง” Ellert กล่าว
“มันเชื่อมอิสระในการสำรวจเข้ากับการพัฒนาอย่างมีเป้าหมาย”
ที่ดินส่วนตัว (The Estate)
นอกจากบ้านผู้เล่น 8 หลังแบบเดิม Horizon 6 เพิ่ม The Estate—พื้นที่ขนาดใหญ่ที่คุณสามารถสร้างอะไรก็ได้ แนวคิดมาจาก “Akiya” บ้านร้างในชนบทญี่ปุ่น
“The Estate เป็นบ้านเก่าของครอบครัว Mei และคุณช่วยกันบูรณะมัน”
“มันคือภาพสะท้อนเส้นทางของคุณในญี่ปุ่น”
ผู้เล่นสามารถสร้างบ้าน สนามแข่ง หรือที่พักบนภูเขา ใช้เครดิตในเกมที่ได้จากกิจกรรมต่าง ๆ และสามารถรื้อถอนเพื่อรับเครดิตคืนได้
Car Meets
ฟีเจอร์ Car Meets ได้แรงบันดาลใจจาก Daikoku car meet จุดนัดพบรถยนต์ระดับตำนานในญี่ปุ่น มีพื้นที่ถาวร 3 แห่งในเกม ให้ผู้เล่นพบปะ ดูรถ ดาวน์โหลดลาย และซื้อรถจากผู้เล่นคนอื่น สร้างชุมชนอย่างเป็นธรรมชาติ
รถยนต์ (The Cars)
Forza Horizon 6 มีรถให้สะสมราว 550 คัน ตั้งแต่วันแรก รวมถึงรถหน้าปกอย่าง 2025 GR GT Prototype และ 2025 Toyota Land Cruiser
รถหน้าปกถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “ญี่ปุ่นแห่งความขัดแย้งที่งดงาม”—เมืองกับชนบท ความทันสมัยกับดั้งเดิม โดยได้รับอิทธิพลจากศิลปะหมึกญี่ปุ่น Sumi-E และร่วมงานใกล้ชิดกับ Toyota เพื่อความสมจริงสูงสุด
“GR GT Prototype คือรถฮีโร่ และเป็นส่วนหนึ่งของ Initial Experience” Ellert กล่าว
“10 นาทีแรก คุณจะได้ขับมัน แข่งกับชินคันเซ็น ก่อนที่เกมจะดึงมันออกไป เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คุณออกไปคว้ามันด้วยตัวเอง”
บทสรุป
“รถยนต์คือสิ่งที่แพงและถูกออกแบบซับซ้อนที่สุดที่หลายคนจะได้ครอบครอง”
“และ Horizon สำหรับผม คืออิสระ ความสนุก ความงาม และชุมชน”
Forza Horizon 6 วางจำหน่ายวันที่ 19 พฤษภาคม บน Xbox Series X|S, PC, Xbox Cloud, Steam และ Game Pass Ultimate
เวอร์ชัน PlayStation 5 จะตามมาในช่วงปลายปี 2026
Early Access สำหรับ Premium Edition เริ่ม 15 พฤษภาคม
ที่มา: XBOX



